
รองเท้า ชาวนา และโอลิมปิค
รองเท้าวิ่งในปัจจุบันเป็นอุปกรณ์สำคัญคู่เท้านักวิ่ง มักจะโชว์เทคโนโลยีใน
การผลิตอย่างล้ำยุค และมักเปิดเผยในช่วงการแข่งขันในรายการใหญ่ๆ อย่างเช่นโอลิมปิค
ในช่วง 2 เดือนก่อนที่โอลิมปิคจะเร่ิมขึ้น
2 นักวิ่งชาวอเมริกา Ryan Hall และ Deena Kastor ได้ทดสอบรองเท้าวิ่งจากนักออกแบบ
และทำรองเท้าชาวญี่ปุ่น ที่อยู่เบื้องหลังนักวิ่งมาราธอนโอลิมปิคที่ได้เหรียญทองถึง 3 คน
และรองเท้าที่ทดสอบก็ไม่ได้ทำมาจากเจลจากอวกาศ
หรือรองรับด้วยถุงลมล้ำยุคแต่อย่างใดแต่มันทำมาจาก แกลบ
แกลบถูกบดให้ละเอียดและผสมเข้ากับยางที่ใช้ทำพื้นรองเท้าวิ่ง
มันมีคุณสมบัติช่วยซึมซับน้ำและช่วยยึดเกาะพื้นผิวได้ดีมากกว่ายางทั่วไป
ถึง 10 เปอร์เซนต์ในสภาวะของการแข่งขันโอลิมปิคที่ปักกิ่งในเดือนสิงหาคม
ซึ่งสถานที่แข่งจะลื่นจากปริมาณฝนที่ตกลงมา ความชื้นที่มีมาก
และยังมีช่วงของถนนถึง 6 กิโลที่เป็นหินที่ลื่นเหมือนหินอ่อน
รองเท้าที่ทำจากแกลบจึงถูกคิดค้นและทำขึ้นจากสองมือของ
Hitachi Mimura อายุ 59 ปี อดีตนักวิ่งมาราธอนซึ่งปัจจุบัน
เป็นช่างทำรองเท้าชั้นครูอยู่ในสำนัก Asics รองเท้าหลากหลายรุ่น
ที่ผลิตโดย Mimura ได้ผ่านเสันชัยเป็นอันดับที่หนึ่งถึง 3คู่มาแล้ว
ด้วยคุณสมบัติที่เบา รองรับแรงกระแทก และระบายความร้อนได้ดี
น่าจะเป็นรองเท้าที่เหมาะกับสภาพสนามแข่งที่ ปักกิ่งที่เต็มไปด้วยความร้อน
ชื้น และมลพิษทางอากาศ
Asics ได้พัฒนาความคิดนี้ตั้งแต่กลางปี 1990 เพื่อใช้ที่โอลิมปิคที่ Atlanta
ในปี 1996 ซึ่งความคิดนี้ได้พัฒนาต่อเนื่องมาจากการบริษัทผลิตยางรถยนต์
ที่ผลิตยางไว้ใช้ในฤดูหนาวที่พื้นผิวถนนลื่นจากหิมะ
ซึ่งผลที่เกิดจากการนำแกลบมาใช้ในพื้นรองเท้าจะทำให้เกิดรูพรุนเล็กๆ
ที่จะช่วยดูดน้ำและยึดเกาะถนนไม่ให้ลื่นซึ่งเทคโนโลยีนี้มีชื่อทางการค้าว่า Wet Grip
ในโอลิมปิค 2004 ที่ Athens ทั้งแชมป์หญิงชาวญี่ปุ่นMizuki Noguchi
และแชมป์ชายชาวอิตาลี Stefan Baldini ก็วิ่งฝ่าเส้นทางที่เต็มไปด้วยน้ำ
และบางช่วงก็เป็นหินอ่อนเข้าเส้นชัยเป็นอันดับหนึ่งได้ทั้งคู่
แม้กระทั่งรองเท้าที่ไม่ได้มีส่วนผสมของแกลบ Naoko Takahashi
ก็ใส่รองเท้าของ Mimuraเข้าเส้นชัยในโอลิมปิค 2000 ที่ Sydney

สำหรับ Mimuraช่างทำรองเท้าเป็นนักวิ่งมาราธอนที่มีสถิติ 2ชั่วโมง28 นาที เริ่มทำ
งานที่ Asics กว่า 41 ปีตั้งแต่อายุ 18 ปี
ทำตั้งแต่ติดกาวพื้นรองเท้าจนพัฒนาอยู่ในทีมคิดค้นและพัฒนา เขาทดลองทำพื้นรองเท้า
ด้วยหลากหลายวัสดุ ตั้งแต่ทรายแม่น้ำ ผงเหล็ก และ พลาสติค
แต่ก็พบว่าแกลบดีที่สุดทั้งประหยัดสามารถหาได้ในพื้นที่
และที่สำคัญสุดคือเบา เขาทำรองเท้าที่หนักเพียง 3.85 ออนซ์ (110 กรัม) ให้กับ Nogushi
โดยวัดเท้าด้วยคอมพิวเตอร์ 3 มิติ13จุดทั่วเท้า วัด4-5 ครั้งตลอดทั้งปี โดยที่ Mimuraได้
เดินทางไปดูสนามแข่งที่เรียบแต่มีบางส่วนเป็นหิน บางส่วนเป็นยางมะตอยที่ราดใหม่ซึ่งจะ
ช่วยเพิ่มความร้อน บางส่วนเป็นคอนกรีตที่แข็งกว่าที่ญี่ปุ่นซึ่งอาจจะเกิดจากการใช้งานในจีนที่
ต้องให้รถถังวิ่งด้วย และสภาพมลภาวะที่ไม่สามารถมองได้ไกลเกินกว่า 150 เมตรและเขา
Mimuraกล่าวทิ้งท้ายเป็นสำคัญว่า ซามูไรไม่อาจออกรบโดยปราศจากดาบ ฉันใด
ก็เหมือนนักวิ่งก็มิอาจวิ่งโดยปราศจากรองเท้าฉันนั้น
ขอขอบคุณข้อมูลดีดีจาก http://saparun.wordpress.com
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต