สมาชิกเข้าสู่ระบบ เว็บรองเท้า
ลืมรหัสผ่าน?

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ เว็บรองเท้า

เครื่องกำจัดกลิ่นในรองเท้าโดยใช้โอโซน (Eradicated Shoe Odor by Ozone)

เครื่องกำจัดกลิ่นในรองเท้าโดยใช้โอโซน (Eradicated Shoe Odor by Ozone)

 

 

     ปัจจุบันมีการนำระบบผลิตอากาศบริสุทธิ์หรือการบำบัดอากาศโดยใช้โอโซน เพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อโรคที่ปะปนอยู่ในอากาศที่อาจก่อให้เกิดผลเสียแก่ร่างกาย การใช้โอโซนนี้เป็นเทคโนโลยีที่ง่าย สะดวกและราคาประหยัด สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการทำอากาศให้บริสุทธิ์ได้โดยนำเครื่องผลิตโอโซนไปติดตั้งไว้ในสถานที่ที่ต้องการฟอกอากาศ

  จากแนวคิดข้างต้น นักศึกษาภาควิศวกรรมไฟฟ้ากำลัง คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร จึงได้ทำการศึกษาวิจัยและออกแบบเครื่องกำจัดกลิ่นในรองเท้าโดยใช้โอโซน ด้วยวิธีกระตุ้นสนามไฟฟ้าระหว่างอิเล็กโตรดทำให้มีความเครียดสนามไฟฟ้าสูง ส่งผลให้อากาศที่อยู่ระหว่าง อิเล็กโตรดเกิดการแตกตัวเป็นก๊าซโอโซน ซึ่งมีจุดเด่นในการฆ่าเชื้อโรค ทำลายกลิ่น สารเคมี ก๊าซพิษได้ดีเยี่ยมและไม่ทิ้งสารตกค้างใด ๆ

อาจารย์ไชยพร หล่อทองคำ อาจารย์ที่ปรึกษา และนายนพดล พงศ์คำมา,นายพิมาน สว่างศรีและนายวีรยุทธ กิ่งก้ำ นักศึกษาภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้ากำลัง คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร ทีมนักศึกษาที่ทำการวิจัยโครงการกำจัดกลิ่นในรองเท้าโดยใช้โอโซน เปิดเผยถึงการทำงานในครั้งนี้ว่า สำหรับโครงการนี้เป็นการออกแบบโดยใช้เทคนิควิธีสนามไฟฟ้าแรงดันสูง อาศัยแหล่งจ่ายไฟฟ้าแบบสวิตชิ่งแรงดันสูงความถี่สูงโดยใช้ฟลายแบค ขนาดพิกัดแรงดัน 1-2kV, 20-50 kHz เพื่อสร้างก๊าซโอโซนจากปรากฏการณ์โคโรนาดิสชาร์จ พิกัดแรงดันป้อนเข้า 220 V, 50 Hz เท่ากัยพิกัดแรงดันของเครื่องใช้ไฟฟ้าโดยทั่วไป
จากการทดสอบคุณสมบัติของแหล่งจ่ายไฟฟ้าแรงดันสูงแบบสวิตชิ่งฟลายแบคเมื่อทำงานร่วมกับชุดอิเล็กโตรดสร้างสนามไฟฟ้าที่ทำให้เกิดไอออไนเซชั่นแล้ว พบว่าแหล่งจ่ายไฟแรงดันสูงแบบสวิตชิ่งฟลายแบคสามารถจ่ายแรงดันสูงให้กับชุดอิเล็กโตรดสร้างสนามไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพจึงทำให้เกิดโดโซนในปริมาณเพียงพอที่จะกำจัดกลิ่นในรองเท้าได้ ส่วนประกอบของเครื่องกำจัดกลิ่นในรองเท้าโดยใช้โอโซน แบ่งเป็น 2 ส่วนคือ ชุดอิเล็กโตรดแบบสนามไฟฟ้า อิเล็กโตรดสร้างสนามไฟฟ้าต้องมีขนาดเล็ก และทนแรงดันได้สูงสุด โดยใช้อิเล็กโตรดเป็นแบบปลายแหลมกับแผ่นระนาบ มีระยะห่างระหว่างอิเล็กโตรด 5 mm มีค่าความจุไฟฟ้า 1.4 n

 ส่วนที่สอง คือ สวิตชิ่งฟลายแบคแรงดันสูง หรือวงจรควบคุมแหล่งจ่ายแรงดันสูง 1-2 kV การทำงานของวงจรใช้ MOSFET ในการขับหม้อแปลงฟลายแบค เนื่องจากปริมาณโอโซนแปรผกผันกับความถี่ของแรงดัน จึงออกแบบให้วงจรสัญญาณพัลส์สามารถปรับความถี่ได้ในช่วง 20-50 kHz

 
 

 นายนพดล พงศ์คำมา นักศึกษาหนึ่งในทีมวิจัยโครงการออกแบบเครื่องกำจัดกลิ่นในรองเท้าด้วยโอโซน อธิบายเพิ่มเติมอีกว่า การทำงานของเครื่องสามารถผลิตก๊าซโอโซนเฉลี่ยอยู่ที่ 120 mgO3/hr โดยใช้เทคนิควิธีสนามแม่เหล็กไฟฟ้าแรงดันสูง อาศัยแหลางจ่ายไฟฟ้าแบบสวิตชิ่งแรงดันสูงความถี่สูงโดยใช้ฟลายแบคขนาดพิกัดแรงดัน 1-2kV, 20-50 kHz เพื่อสร้างก๊าซโอโซนจากปรากฏการณ์โคโรนาดิสชาร์จพิกัดแรงดันป้อนเข้า 220V, 50Hz เท่ากับพิกัดแรงดันของเครื่องใช้ไฟฟ้าโดยทั่วไป จากการทดสอบคุณสมบัติของแหล่งจ่ายไฟแรงดันสูงแบบสวิตชิ่งฟลายแบคเมื่อทำงานร่วมกับชุดอิเล็กโตรดสร้างสนามไฟฟ้าที่ทำให้เกิดไอออไนเซชั่นแล้ว พบว่า...

   "แหล่งจ่ายไฟแรงดันสูงแบบสวิตชิ่งฟลายแบคสามารถจ่ายแรงดันสูงให้กับชุดอิเล็กโตรดสร้างสนามไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงทำให้เกิดโอโซนปริมาณเพียงพอที่จะกำจัดกลิ่นในรองเท้าได้ในระยะเวลาไม่เกิด 60 นาที อีกทั้งวัสดุที่นำมาประกอบสร้างแหล่งจ่ายและชุดอิเล็กโตรดสร้างสนามไฟฟ้าเป็นวัสดุที่หาได้ง่ายภายในประเทศทำให้ต้นทุนการผลิตต่ำกว่าการนำเข้าจากต่างประเทศ และเนื่องจากพิกัดแรงดันใช้งานที่ได้ออกแบบมีขนาดแรงดันไม่สูงมาก เป็นผลให้เครื่องกำจัดกลิ่นในรองเท้าที่ออกแบบนี้มีความปลอดภัยต่อผู้ใช้งานสูง"
 

 อย่างไรก็ดี คุณสมบัติของเครื่องกำจัดกลิ่นในรองเท้าโดยใช้โอโซน สามารถใช้งานที่พิกัดแรงดันป้อนเข้า 220V, 50 Hz โดยใช้ในเวลา 1 ชั่วโมง ใช้พลังงานทั้งหมด 80W-h ซึ่งมีปริมาณโอโซนมากหรือน้อยต้องอยู่ที่การปรับปริมาณโอโซน นภดล เสริมทิ้งท้าย

ณ วันนี้การนำเทคโนโลยีมาใช้กับชีวิตประจำวันมีมากขึ้นเช่นเดียวกับการพัฒนาเครื่องกำจัดกลิ่นในรองเท้าที่สามารถผลิตก๊าซโอโซนเฉลี่ยอยู่ที่ 120 mgO3/hr ซึ่งมีความเข้มข้นมากพอที่จะยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของกลิ่นในรองเท้า จากผลการทดลอง พบว่าสามารถกำจัดกลิ่นในรองเท้าได้ภายในเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง และยังจะพัฒนาให้ใช้เวลาได้ไวกว่านี้อีกในอนาคต

 
 
ตารางที่ 1 ผลการทดสอบปริมาณโอโซน(Na2 S2 O3) 
 
ความถี่ (kHz)
แรงดันอินพุด (V)
กระแสอินพุด (A)
กำลังไฟฟ้า(W)
สารละลาย
(Na2 S2 O3)
ปริมาณโอโซน
(mgO3/hr)
ปริมาณโอโซนต่อพลังงาน
(mgO3/W-h)
20
100
0.212
21.20
1.0
144
6.79
25
100
0.167
16.70
0.8
115.2
6.90
30
100
0.164
16.40
0.7
100.8
6.15
35
100
0.168
16.80
0.7
100.8
6.00
40
100
0.168
16.30
0.6
86.4
5.14
45
100
0.163
16.30
0.6
86.4
5.30
50
100
0.158
15.80
0.5
72
4.56
 
 
ตารางที่ 2 ผลการทดสอบกลิ่นในรองเท้าเมื่อผ่านระยะเวลา 10-60 นาที
 
 
 
เวลาที่ใช้
 
 
ก่อนเข้าเครื่อง (Before)
หลังเข้าเครื่อง (After)
สกปรกมาก
สกปรกปานกลาง
สกปรกน้อย
มีกลิ่นเหมือนเดิม
มีกลิ่นน้อยลง
ไม่มีกลิ่น
10
-
-
x
x
-
-
20
-
x
-
-
x
-
30
-
x
-
-
x
-
40
x
-
-
-
x
-
50
x
-
-
-
x
-
60
x
-
-
-
-
x

 

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลดีดีจาก  www.pr.mut.ac.th

 

ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต 

 

 




โดย:Rongteen team
คนอ่าน : 1033





comments


รองเท้า ^^