รองเท้าแฟชั่น รองเท้าฟุตบอล รองเท้าผ้าใบ รองเท้ามือสอง รองเท้าส้นสูง รองเท้าฟุตซอล รองเท้ากีฬา รองเท้าแตะ รองเท้าบาส ชวนเพื่อนร่วมแกงค์ | คลิกกี่ครั้งก็ยังเป็นเรา | ติดต่อเรา | ติดต่อโฆษณา   

นพ.เชิดพงศ์ หังสสูต คุณหมอรักษาเท้า ที่ทุ่มเททั้งกายใจเพื่อผู้ป่วยเกี่ยวกับเท้า ภาคที่ 1
 
นพ.เชิดพงศ์ หังสสูต คุณหมอรักษาเท้า ที่ทุ่มเททั้งกายใจเพื่อผู้ป่วยเกี่ยวกับเท้า ภาคที่ 1

 

        วันนี้นั่งทำงานนานหน่อย ไม่ได้ไปไหน คิดงานไม่ออกอ่ะ ได้โอกาสก็เลยนั่งหาข้อมูลมาอัพขึ้นดีกว่าข้อมูลนิ่งไปนานหลายวันล่ะ เพราะมัวแต่ไปแก้เรื่องระบบของ Web rongteen.com มากไปหน่อย เดี๋ยวเพื่อนๆเข้ามาดูแล้วจะไม่มีอะไรที่น่าสนใจงานเข้าแน่ๆ!! 
   ดูไปดูมาก็ไปเจอข้อมูลเกี่ยวกับความรู้ทางการแพทย์ข้อมูลหนึ่ง น่าสนใจมากๆ!! (ขอบอกๆ) ก็เลยลองส่ง Mail ไปหาท่านเจ้าของ Blog เพื่อขอเข้าพบและสัมภาษณ์ เผื่อท่านจะให้โอกาสตอบรับ
รอแค่วันเดียวเท่านั้น ท่านก็ตอบรับกลับมา ผมดีใจมากไม่คิดว่าท่านจะสละเวลาอนุญาตให้เราเข้าสัมภาษณ์ได้ และยิ่งถ้าเพื่อนๆได้รู้ว่าท่านยุ่งขนาดไหนในแต่ละวันแล้วล่ะก็ เพื่อนๆก็จะยิ่งดีใจ และภูมิใจไปกับผมด้วยมากยิ่งกว่านี้อีกเพราะท่านยุ่งเอามากๆ มีผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับเท้า (นี่แค่เฉพาะเท้านะครับ) มาพบทุกวัน และตลอดเวลา เรียกว่า เป็นคุณหมอคิวทองคนหนึ่งเลยล่ะ
เอาประวัติท่านอย่างย่อให้ทราบก่อนนะครับ เพื่ออย่างน้อยก็การันตีความเชื่อมั่นทางการแพทย์ และถ้าใครมีญาติพี่น้องที่กำลังประสบปัญหาเกี่ยวกับเท้า หรือโรคเบาหวาน ท่านน่าจะช่วยเพื่อนๆ ได้เป็นอย่างดี ผมกล้าเอาเท้าเป็นประกัน!!
 
 
 
 
 
ชื่อ               นพ. เชิดพงศ์ หังสสูต                 
                  แพทย์ประจำโรงพยาบาลสมิตติเวช
ประวัติย่อ:      
 
- 2535 (1992)                พ.บ. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย    
- 2541 (1998)                วุฒิบัตรเวชศาสตร์ฟื้นฟู รพ.ศิริราช
- 2542 (1999)                Fellowship in Podiatry Medicine at Podiatry
                                     clinic, Joslin Diabetic Center, Beth Israel
                                     Deaconess Hospital, Boston, MA. 1999
- 2544 (2001)                Certificate in Acupuncture, Department of
                                     Medical Service Ministry of Public Health,
                                     Thailand & Shanghai University of
                                     Traditional Chinese Medicine
- 2545 (2002)                 วุฒิบัตรเวชศาสตร์ครอบครัว
- 2546(2003)                  Certification of Thai Traditional Massage,
                                      โรงเรียนแพทย์แผนโบราณ วัดเชตุพนฯ
- 2548 (2005)                 Pre certification course, The Robert M.
                                      Palmer MD.Institute of Biomechanics,
                                      Seattle
- 2548 (2005)                 Certification of Pedorthist, USA.
- 2548 (2005)                 Hyperbaric Medicine Training, International
                                      ATMO, Nix Medical Center, San Antonio,
                                      Texas
- 2549 (2006)                 BNH. Hospital, Podiatry clinic
- 2550 (2007)                 Samitivej Hospital, Foot Care Center
 
 
 
 
 
Rongteen Team : คุณหมอทำอะไรบ้างครับ แล้วปัญหาเกี่ยวกับเท้ามันมีมากขนาดไหนครับ
คุณหมอ เชิดพงศ์ : เป็นแพทย์ที่ดูแลเรื่องเท้า ซึ่งเท้าเป็นอวัยวะที่ต้องรับน้ำหนักเยอะมาก โรคที่เกี่ยวกับเท้าสุดท้ายเป็นที่ปรากฏให้เห็นเป็นแผล บวม อักเสบ เท้าบิดผิดรูป ปรากฏว่าสัมพันธ์ กับ สิ่งที่เรียกว่า “Mechanics”หรือ “กลศาสตร์” พอเราพูดถึง ที่เราพูดถึง Mechanics ที่เกี่ยวกับร่างกายมนุษย์ เราจะเรียกว่า “ชีวกลศาสตร์” หรือ Bio-Mechanics ในประเด็นที่สำคัญ โรคที่เท้ามักจะมองหรือแก้ไข Result หรือแผลที่เกิดขึ้นกับเท้า ไม่ได้มองไปที่ต้นตอของอาการ ยกตัวอย่างเช่น คนไข้บอกว่าเวลาเดิน มีอาการเจ็บเท้า ถ้าเกิดคนไข้ไปหาที่ไหนก็ตาม หมอก็จะวินิฉัยว่าเท้าอักเสบ แล้วคนไข้ก็ทานยา แล้วหายปวดก็เลย OK แล้ว พอหมอหยุดยาคนไข้ก็มีอาการเริ่มอักเสบแล้วก็เจ็บอีก ฉะนั้นเราต้อง วิเคราะห์ว่าต้นเหตุ เราเจ็บเท้าจากเหตุอะไร
 
 เอาอย่างนี้ คุณลองถอดรองเท้านิดนึงดีมั้ย แล้วเราจะได้ลองตรวจดูง่ายๆ ไม่มีอาการเจ็บใดๆที้งสิ้น
 
 
 
 
ว่าแล้วผมก็ใจง่าย ถอดรองเท้าออกซะดื้อๆตามที่คุณหมอแนะนำ ไม่มีขัดเขิน จากนั้นท่านก็ให้พี่ๆทีมงานของคุณหมอมาจัดแจงอุปกรณ์พิเศษ และท่าทางการเดินของผมเพื่อทำการทดสอบ และวิเคราะห์เท้าของผมต่อไป ซึ่งพี่ๆทีมงานของคุณหมอก็มิได้รังเกียจที่จะตรวจดูโครงสร้างเท้า เอาชนิดที่ว่าแบบเจาะลึก (ในความคิดผมนะ) จนผมรู้สึกถึงความเป็นกันเอง และผ่อนคลายมากขึ้น และการเอาใจใส่ที่ดีจากคุณหมอ และทีมงานคุณหมอทุกคน
 
 
 
 
 
 
 
 
 
Rongteen Team : คุณหมอครับ เท้าผมเป็นยังไงบ้างครับ
คุณหมอ เชิดพงศ์ : ต้องบอกว่าอย่างนี้ครับ คนเท้าแบน บางคนอาจจะสงสัยว่า ทำไม นิ้วโป้งจึงรักนิ้วชี้จังเลย ฮ่าๆๆๆ น่ะ ก็เพราะว่า มันถูกเบียด จาก น้ำหนักเราลงจากจุดหนึ่งตรงนี้ แล้วก็เป็นหนังหนาแข็ง เวลาน้ำหนักเราลงเท้า กระดูกมันเรียงร้อยกัน ซึ่งจะมีประมาณ 26-28 ชิ้นเกิดการบิดหรือลงมาด้านใน นิ้วโป้งจะมีการบิดเข้ามาด้านในของตัวเท้านิ้วโป้งก็จะบิดเข้ามาเพราะว่าเกิดจากเท้าแบน ซึ่งระบบในการชดเชยของร่างกายจะไม่แสดงอาการอะไรออกมา สุดท้ายนิ้วก็จะชิดๆๆกันไปเรื่อยๆ
 
 
 
 
 
 
Rongteen Team : อนาคตต่อไปมีชิดกว่านี้ด้วยเหรอครับ(สีหน้าตกใจมากๆ)
คุณหมอ เชิดพงศ์ : ขอโทษด้วยนะ สุดท้ายมันจะขี่กันเลย ( โหตายล่ะ เอาไงดี!!! ไม่เคยรู้มาก่อนเลยนะเนี่ย งานใหญ่เข้าแน่ล่ะ ) เท้าก็อาจจะมีการบวมออกมาเรื่อยๆ แล้วก็มีการไปถูไถกะรองเท้าจนมีอาการอักเสบได้ คนไข้ที่มีปัญหาต่อการเดินแน่นอนว่าคนไข้มาเราเรื่องของเท้าเจ็บ หมอบอกว่ามีแรงกระทำแบบนี้น่ะ เพราะฉะนั้นเราสามารถลดการอักเสบได้ โดยให้ยาลดอาการอักเสบ แต่ก็ทำให้Mechanics ดังกล่าวเกิดโรคซ้ำอีก ซึ่งเราต้องแก้ไขในเชิงของMechanics ยกตัวอย่างเช่น จะพูดให้ฟังง่ายๆเลย ก็ของคุณเรืองศักดิ์ (ผมเองครับ) เคยเห็นรถยนต์วิ่ง แล้วเราขับตามรถยนต์ข้างหน้าไป เราจะเห็นเลยว่าเวลาเรามองจากด้านหลัง เราจะเห็นว่าล้อรถ ถ้ามีการเรียงตัวดีระบบช่วงล่างปรกติดี เวลาเราเจอ Bump ก็จะขึ้นลงตรงๆ หรือตรงกลาง แต่เวลาล้อรถแบะออก เวลาเจอ Bump แทนที่ล้อจะขึ้นลงตรงๆ แต่กลับบิดออกให้เห็น ข้อเท้าก็เหมือนกัน กระดูกเท้ามีการเรียงตัวกัน กระดูกทั้งหมดมีทั้งหมด 26-28 ชิ้น เรียงตัวกันเป็นแนวเพื่อที่จะรองรับแรงกะแทกจากก้าวที่เดิน ถ้าเราเป็นคนรักรองเท้าจะเห็นเลยว่ารองเท้ารู้สึกบางลง เพราะฉะนั้นถ้าเราเทียบกับรถยนต์ รถยนต์ก็จะมีคาน ปีกนก มีอะไรต่างๆ อันนี้ ก็จะรับแรงดึงซ้ำๆ ตอนแรกออกจากอู่ก็จะไม่รู้สึกอะไร แต่ถ้าเราเดิน ไปประมาณ 1 หมื่นก้าว ต่อวันโดยทั่วไปแล้ว เพราะฉะนั้นแรงกระแทก ซ้ำๆเวลาเราบวกไปเป็น ปีๆ อาจจะเกิดปัญหาตามมาได้
 
 
 
 
Rongteen Team : แล้วเราพอมี แนวทางแก้ไขได้ หรือไม่ครับ
คุณหมอ เชิดพงศ์ : คือว่าถ้าเราจะป้องกันตั้งแต่เนิ่นๆ เราก็มา Allign Bone หรือเรียงตัวกระดูกใหม่โดยการสร้างอุปกรณ์เสริมที่เราเรียกว่า อินโซล” (Insole) ทางด้านในเพื่อที่จะป้องกัน ซึ่งทั้งหมดเราจะทำจากการทำแบบพิมพ์จากเท้าคนไข้เฉพาะคนต่อคนเท่านั้นเพื่อที่จะสร้างอินโซมด้านใน
 
 
Rongteen Team : แสดงว่าแต่ละคนมีเท้าไม่เหมือนกันเลยใช่มั้ยครับ
คุณหมอ เชิดพงศ์ : แน่นอน ต้องไม่เหมือนกัน เพราะเรา Copy ตัวแบบเท้าจากคนไข้ให้พอดีเลยเพื่อที่จะบล๊อกเอาไว้ ยกตัวอย่างเช่นเท้าเราเอง เราต้องวิเคราะจากเรื่องMechanicsเพื่อที่จะแก้ไขให้ถูกต้อง
 
 
 
Rongteen Team : แสดงว่าเมืองไทยยังไม่มีคนทำใช่มั้ยครับ
คุณหมอ เชิดพงศ์ : ในเมืองไทยมีคนจบทางด้านนี้ทั้งหมด 5 คนครับ
 
 
Rongteen Team : 5 คนเองหรอครับ
คุณหมอ เชิดพงศ์ : ใช่ครับ
 
 
 
 
Rongteen Team : แล้วอย่างทางคลีนิคที่เกี่ยวกับเท้าของสงฆ์ ที่คุณหมอทำ คุณหมอมีแนงทางอย่างไรครับ
คุณหมอ เชิดพงศ์ : ในประเด็นของตัวผมเอง คือว่าเนื่องจากมีคนที่เรียนมาทางด้านนี้เพียงแค่ 5 คน ผมก็เลยคิดว่า "จริงๆแล้วเราทำได้แค่นี้เองหรอ" เหมือนเราทำมาหากินเราดูแลผู้ป่วยแค่มีตังค์ แค่เองนี้เหรอ เวลาเราตายไปก็มีแค่นี้เองเหรอ ผมก็เลยคิดว่า จะแบ่งเวลาส่วนหนึ่ง ไปทำบุญที่โรงพยาบาลสงฆ์ ประเด็นที่สำคัญที่สุดของเรื่องโรคเท้า คือ การที่จะตัดเท้า หรือไม่ตัดเท้าในคนไข้เบาหวาน อันนี้เป็นเรื่องจริงที่ว่า คนบางคน หลับตาไม่อยากมอง แต่ว่ามันเป็นเรื่องจริง ที่ว่าคนไข้เบาหวานที่ทั่วประเทศมีคนไข้เป็นโรคเบาหวาน อยู่ประมาณ 3-4 ล้านคน ในประชากรไทยที่อายุ เกิน 36 ปี มีอัตรา การเป็น เบาหวาน 9.6%
 
 
Rongteen Team : ผู้ชายหรือว่าผู้หญิงเป็นโรคนี้มากกว่ากันครับ
คุณหมอ เชิดพงศ์ : ผู้ชายเป็นมากกว่าครับ ในประเด็นนี้ในปีที่แล้ว ทำให้มีการตัดเท้า อยู่ที่ 38,000 เท้า
 
 
Rongteen Team : สาเหตุที่ต้องตัดเท้าก็เพราะว่า เบาหวานมันลงเท้าหรอครับ
คุณหมอ เชิดพงศ์ : ใช่ครับ เพราะว่าที่ผมกำลังจะพูดถึง Bio-Mechanics ที่เกิดขึ้นน่ะครับ ยกตัวอย่าง เช่น ถ้าเกิดว่าในกลุ่มที่คนไข้เป็นแผลเรื้อรังที่ตัวเท้าลักษณะที่มีความเข้มข้นที่จุดๆหนึ่ง ก็อาจจะก่อให้เกิดตัวโรคได้ ผมอยากจะบอกว่าอาการเจ็บเป็นสิ่งที่มีค่าเหลือเกินในธรรมชาติที่มอบให้แก่มนุษย์ เป็นสวรรค์ประทานให้ เมื่อไรที่เราเจ็บทำให้เราหยุดกระทำสิ่งๆนั้นทันที แต่ที่เราไม่รู้ตัวเมื่อไรที่เราเจ็บ เราก็ตะแคงเท้าไปเอง เดินไปแล้วก็ทำสิ่งอื่นไปด้วย ในกลุ่มคนไข้เบาหวานจะมีอาการชาที่เท้าไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวด เพราะฉะนั้นลักษณะอาการความรู้สึกก็เหมือนกับซอมบี้ไม่รู้สึกความเจ็บปวด ซึ่งจริงๆแล้วเป็น แต่ไม่รู้สึกเจ็บ
 
 
Rongteen Team : เพราะความชินชาใช่มั้ยครับ
คุณหมอ เชิดพงศ์ : ใช่ครับ เพราะฉะนั้นคนไข้กลุ่มนี้จะมาหาหมอ เนื่องจากแผลเรื้อรังแล้ว แผลเรื้อรังนั้นบางที่ ดำเนินโรคไปเป็นปีๆนะ บางคนเป็นแผลมาหลายปีเลย แล้วก็มีเชื้อโรคเข้าไปมีการขาดเลือดไปเลี้ยงแล้วทำให้มีปัญหาการเกิดโรคเข้ามา
 
 
Rongteen Team : แล้วแนวทางการแก้ไขเบื้องต้นล่ะครับ
                คุณหมอ เชิดพงศ์ : อยากจะบอกว่า การรักษาแผลนั้น เหมือนกับเป็นภาพที่เติมไม่เต็ม คือคนมุงที่แผล จะรักษาแผลยังไง มองเข้าไปปุ๊บ ก็เอา วัสดุติดแผล เอายาใส่เข้าไปมีการติดเชื้อหรีอไม่ แต่จริงๆแล้ว ภาพโดยรวม คนไข้ไม่ได้อยู่กับเราตลอด 24 ชั่วโมง คนไข้กลับไปใช้ชีวิตประจำวัน แล้วคนไข้ใช้ชีวิตอย่างไร คนไข้ปรากฏให้เห็นแล้วยกขาขึ้นแล้วบอกว่า นี้คือแผลไม่ว่า 100 คน 1000 คน 100,000  คน ก็บอกเหมือนกันว่านี้คือแผล
 
 
Rongteen Team : ใช่ๆๆ ครับคุณหมอ
                คุณหมอ เชิดพงศ์ : แต่จะมีคนเข้าใจ พอเห็นภาพดังกล่าวไหมว่า พอหลบไปจากห้องหมอ แล้วกลับไปที่บ้านก็ไปหาบของขาย ถ้าเป็นพระท่านต้องไปทำกิจนิมนต์ ท่านต้องไปเลี้ยงดูผู้คน ท่านต้องมีลูกศิษย์ ลูกหา ท่านต้องไปโน้นนี่ตั้งเยอะตั้งแยะ ฉะนั้นประเด็นดังกล่าวเรื่องของ แมคคานิค จึงเป็นต้นตอของโรคนี้ ในพระสงฆ์เราก็ทำสิ่งนี้ขึ้นมา เราทำรองเท้าขึ้นมา ทั้งหมดก็ด้วยความลำบากยากเย็น ก็เนื่องด้วยจากต้องเจอกับปัญหาซ้อนๆกันหลายเรื่อง ของพฤติกรรม เรื่องของความเข้าใจ
 
 
Rongteen Team : แล้วมีพระที่ดื้อบ้างมั้ยครับแบบว่าไม่ใส่ ไม่เอา เท้าเปล่าดีกว่า(จะบาปใหมหนอเรา)
                คุณหมอ เชิดพงศ์ : ประเด็นสำคัญของเรื่องราวก็คือว่า ความไม่เจ็บมีผลต่อพฤติกรรมมาก ถ้าเกิดเราบอกว่า ชอบ ดีใจ เสียใจ อารมณ์ต่างๆแต่ละอารมณ์ที่มีผลต่อพฤติกรรมมากสุดคือ "ความเจ็บ" ก็จะมีผลทันทีทันใดและเปลี่ยนแปลงการกระทำทันที
 
 
 
Rongteen Team : ใช่ครับ
                คุณหมอ เชิดพงศ์ : ถ้าเกิดเราพูดถึงโดยลึกลงไปถึงจิตวิทยา ความเจ็บมันLinkกันอย่างมากกับความอยู่รอดของสิ่งมีชีวิต ถ้าเราไม่มีความรู้สึกเจ็บแล้ว ทีนี้พฤติกรรมแปลกมาก ตอนนี้ผมก็กำลังทำโครงการกับ สวทช. NECTEC
 
 
Rongteen Team : ตอนนี้กำลังทำอยู่ใช่มั้ยครับ
คุณหมอ เชิดพงศ์ : ใช่ครับ เพื่อที่จะประดิษฐ์เครื่องมือที่มาวัดแรงกด ที่ฝ่าเท้าและสร้างแผ่นรองฝ่าเท้าขึ้นมาพอดีให้กับคนไข้ในลักษณะอุตสาหกรรม
 
 
Rongteen Team : แล้วคุณหมอจะมีงาน Event
คุณหมอ เชิดพงศ์ : เราจะมีการนัดกันเพื่อดูความคืบหน้า แต่ละคนก็จะมีการบ้านต้องทำ มีเครื่องแสกน 3d ต่างๆ นาๆ
 
 
Rongteen Team : คุณหมอเข้า คลีนิคของพระสงฆ์ วันไหนบ้างครับ
คุณหมอ เชิดพงศ์ : ส่วนใหญ่ก็ทุกวัน พฤหัสบดี ครับ

 

 

 

 

***** ติดตามบทสัมภาษณ์ต่อ ในภาคที่ 2 ครับ เพราะมีข้อมูลเยอะมากๆครับ *****

 

ภาค 2 :  http://www.rongteen.com/interview/7.html

 

 

*** ข้อมูล และข้อความที่แสดงอาจมีความผิดพลาดในเรื่องของภาษาทั้งไทยและอังกฤษ เนื่องจากเป็นการถอดสำนวนจากการบันทึกเสียง อาจมีความผิดพลาดเกิดขึ้นได้ครับ
     ต้องขออภัยเพื่อนๆที่อ่าน หากมีตรงไหนชี้แนะ ทาง Rongteen Team ยินดีรับทราบเพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไขต่อไปครับ  ขอบคุณครับ...

 

ติดตามข่าวสาร กิจกรรม บทความของคุณหมอ นพ. เชิดพงศ์ หังสสูต

พร้อม ถาม-ตอบปัญหาโดยตรงได้ที่  http://www.rongteen.com/footcareclinic/

 

ขอขอบคุณ 

นพ. เชิดพงศ์ หังสสูต  แพทย์ประจำโรงพยาบาลสมิตติเวช
 ที่ให้เกียรติสัมภาษณ์ในครั้งนี้


 
บทสัมภาษณ์ และถ่ายภาพ โดย Rongteen Team
 
 
 
 

 




โดย:Rongteen team
ที่มา:Rongteen Team
วันที่ :2009-08-09 18:52:37
คนอ่าน : 870
คนตอบ : 3
IP : 58.8.168.xxx
 

 
 
ความคิดเห็นที่1

ผู้โพส คนปลูกกล้วย
สถานะ เตะฝุ่น
วันที่ 2010-02-18 16:05:47
หมายเลข IP 10.13.0.xxx

ไอ้คนขายกล้วยแขก

มึงเอากล้วย กูคืนมา

กล้วยกูอยู่ไหน !

 

 


 
ความคิดเห็นที่2

ผู้โพส คนปลูกกล้วยแขก
สถานะ เตะฝุ่น
วันที่ 2010-02-18 16:07:39
หมายเลข IP 10.13.0.xxx

ขอโทษครับ

ผมโพสผิดเว๊บไซด์

 

 

 


   

 
 
Comment

 
อ่านซักนิดก่อนคิดจะโพส


1. แสดงความคิดเห็นโดยต้องไม่หมิ่นเหม่นต่อสถาบันชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคายให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่องต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในComment


 
ใส่ตัวเลขที่เห็น *  
dFn4u
โดย *  
 
 

 
 

  Copyright © 2009 Kevin Organizer Co.,Ltd. All Rights Reserved.
Design by Kevinorganizer.com
Contact Email webmaster@rongteen.com