รองเท้าแฟชั่น รองเท้าฟุตบอล รองเท้าผ้าใบ รองเท้ามือสอง รองเท้าส้นสูง รองเท้าฟุตซอล รองเท้ากีฬา รองเท้าแตะ รองเท้าบาส ชวนเพื่อนร่วมแกงค์ | คลิกกี่ครั้งก็ยังเป็นเรา | ติดต่อเรา | ติดต่อโฆษณา   

นพ.เชิดพงศ์ หังสสูต คุณหมอรักษาเท้า ที่ทุ่มเททั้งกายใจเพื่อผู้ป่วยเกี่ยวกับเท้า ภาคที่ 2
 
นพ.เชิดพงศ์ หังสสูต คุณหมอรักษาเท้า ที่ทุ่มเททั้งกายใจเพื่อผู้ป่วยเกี่ยวกับเท้า ภาคที่ 2

     ต่อจากภาคแรกนะครับ   ( http://www.rongteen.com/interview/6.html ) เพราะนั่งสัมภาษณ์ท่านแล้ว รู้สึกได้อะไรเยอะไปหมด เลยยาวเลย ท่านก็ใจดีทั้งๆที่คนไข้ก็มี  โชคดีจัง  เริ่มกันเลยดีกว่าครับ

 

 

 

Rongteen Team : แนวคิด หรือแนวทางคุณหมอเป็นอย่างไรครับ เพื่อสื่อให้คนทั่วไปได้เข้าใจ
คุณหมอ เชิดพงศ์ : คือผม มี Conventionalคือ กรอบของความคิดเดิมอยู่ว่า ถ้าเกิดผมต้องบุก!! ผมต้องบุกไปในวงราชการ ผลก็คือว่า คนไข้จะต้องตัดขา ฉะนั้นที่ผมไปเรียนมา ในเมืองนอกเห็นปัญหานี้มา 40-50 ปีแล้ว (โห เราเป็นเต่าเหรอเนี่ย) เพราะฉะนั้นแล้ว เค้าสร้างบุคลากรเฉพาะทาง เค้าเรียกว่า Paramedicหรือ แพทย์ทางเท้า จบมาได้เป็น Podiatry เรียนก็ไม่ได้เรียนน้อยเลย ก็เรียนทางด้าน Medicine 4 ปี แล้วก็เรียนทางด้าน Resident Trainingถือว่าเป็นเฉพาะทางซึ่งต้องดูแลคนไข้ ออกเรียนต่ออีก 2 ปี รวมเป็น 6 ปี จบมาได้เป็น Degree Dr.Of Podiatry Medicine เค้าจะย่อว่า DPM ถ้าเกิดว่า DDS ก็จะเป็นหมอฟัน ทันตแพทย์ ก็คือ Doctor of  Dentistry Science  หรือเป็น MD คือ Medical Dr.ครับ เคยได้ยินใช่มั้ยครับ เค้าก็จะมีการดูแล ตรวจ ความเข้าใจของ Bio-Mechanics นะครับ ในเมืองนอกในกลุ่มคนไข้เบาหวาน เค้าจะให้รองเท้าที่ตัดพิเศษเพื่อให้คนไข้ไม่ต้องมานอนป่วยในโรงพยาบาล เพราะคนส่วนมากของเค้าก็จะมีประกันสังคม เค้ามีการคำนวนทางเศรษฐศาสตร์ แล้วว่าจริงๆแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว มันจะต้องมาประชิดบุกเข้ามาอยู่ดีคนไข้จะต้องตัดเท้าอยู่ดี แล้วทำไมเราไม่ออกไปข้างนอก ออกไปช่วยเค้าก่อนที่เค้าจะต้องเข้ามาที่เราที่โรงพยาบาล โดยการสร้างแผ่นรองรองเท้าและโดยการสร้างรองเท้าที่เหมาะสม แล้วเมื่อเค้ามีความเจ็บป่วย ถึงขั้นที่เราบอกว่า OK กลุ่มประชากรนี้คือกลุ่มเสี่ยงมีแผลซ้ำมา 3-4 ครั้งแล้ว เราต้องไปหาเค้า เราต้องหารองเท้าให้เค้าใส่ เพราะฉะนั้นทั้งหมดการตัดขา 1 ข้าง ทางศิริราช คำนวณค่าใช้จ่าย 5 หมื่น ถึง 2แสนบาท ต่อการ Admissionและยังมีการนำยาสลบ มีการใช้ Antibioticค่าเครื่องมือต่างๆ ค่าเปิดห้องผ่าตัด นี่เราพูดถึงโรงพยาบาลศิริราชนะครับนี้คือต้นทุน จนเค้าไม่คิดกำไร
 
 
 
Rongteen Team : นี่แค่ทุนอย่างเดียวเหรอครับ
คุณหมอ เชิดพงศ์ : ใช่ครับ ถ้าเป็นโรงพยาบาลเอกชน เค้าคิดเป็นล้านบาท ซึ่งมันเป็นภาระแก่คนไข้ สุดท้ายแล้วเราปล่อยให้โรคมันรุกรามจนไม่มีทางแก้ไข เราจึงต้องตัดเท้าเค้า ทำไมเราไม่เอาเงินก้อนนั้นมาป้องกัน ซึ่งใช้เงินไม่ถึง 1 ใน 10 เลยสำหรับรองเท้าที่ใช้กับคนพิการที่มีปัญหาเรื่องเท้า ตกอยู่ที่คู่ล่ะ 4 พันบาทเท่านั้น
 
 
 
Rongteen Team : ผมว่าคนส่วนใหญ่อาจจะมองข้ามนะครับคุณหมอ ผมเองก็ไม่ค่อยรู้เรื่องเท้า เห็นเค้าตัดเท้า มันน่ากลัวมาก คนที่เป็นโรคเบาหวาน ก็คิดว่าเป็นเพราะกินหวาน เลยใส่ใจดูแลเรื่องการกินซะมากกว่า แต่พอเกิดเป็นแผลปุ๊บก็รักษากันที่ปลายเหตุ แต่พอผมมาฟังคุณหมอ พูด ก็ถึงบางอ้อ!! รู้แล้วว่าต้นสายปลายเหตุ ก็เกิดมาจากพฤติกรรมของคนคนนั้นโดยรวมในชีวิตประจำวัน ผมก็เลยรู้สึกแปลก เพราะผมยังไม่เคยได้ยินบทความทางการแพทย์แบบนี้จากที่ไหนมาก่อนครับ
คุณหมอ เชิดพงศ์ : ก็คือในมุมมองของ Rongteen อาจจะรู้สึกว่า กลุ่มเป้าหมายของเรา คือกลุ่มที่อยากจะแสดงความเป็นปัจเจก คือความที่เป็น Individual ของเรา โดยการใส่รองเท้าคอนเวิร์ด รุ่นนี้เว้ย เจ๋งเว้ย เป็นคอลเล็คชั่น รุ่นไหน ปีอะไร แต่จริงๆแล้ว ผู้คน เห็นตัวเค้า เห็นรองเท้าเค้า ฉะนั้นแล้ว รองเท้าจึงReflect ถึงความเป็นตัวตนเค้า ความเป็นมนุษย์เค้า นั่นคือภาพที่กลุ่มวัยรุ่นมองใช่มั้ย
 
 
 
Rongteen Team : ใช่ครับ
คุณหมอ เชิดพงศ์ : แต่สำหรับมุมมองของหมอแตกต่างกันมากเลย เท้าของเราคือสิ่งที่ทำให้เราจากมนุษย์ที่เดินไม่ได้กลายเป็นมนุษย์ที่เดินได้ เราไม่เคยสูญเสียสิ่งนี้ เราเกิดมา 1 ขวบเราก็เริ่มต๊อกแตะ เราเริ่มเดินได้ เท้าของเราด้วยการเดินนั้นก็พาเราไปโรงเรียน เรียนหนังสือ เตะบอลกับเพื่อน ทัศนาจรกับคุณพ่อคุณแม่ ปีนต้นไม้ หมายความว่า ใช้งานมันเราเคยนึกย้อนกลับมั้ยว่าชีวิตทั้งชีวิตเราเป็นหนี้บุญคุณเท้าเรา
 
 
 
 
 
 
Rongteen Team : คนมองข้ามหมดครับ
          คุณหมอ เชิดพงศ์ : ฮะฮะ ใช่มั้ย สุดท้ายคนไม่นึกถึงเลยจนตราบใดก็ตามที่เค้าเดินไม่ได้ เพราะปัญหาเรื่องเท้าเมื่อนั้นเอง ชีวิตที่เดินได้กับชีวิตที่เดินไม่ได้ เค้าจะรู้เลยว่ามันมีค่าขนาดนี้เลยเหรอเนี่ยเท้าเรา เพราะฉะนั้นรองเท้าของผมจึงเป็นรองเท้าที่ทำให้คนเดินไม่ได้กลับไปเดินได้ ก็เหมือนกับยารักษา แต่สำหรับผู้ที่ประสบปัญหาอยู่แล้ว มองถึงในแง่นึง เยอะเหลือเกิน!! เค้าไม่รู้จะทำยังไงกัน น่าสงสารมากครับ
 
 
 
 
Rongteen Team : งานคุณหมอมีคนช่วยอย่างไรบ้างครับ
คุณหมอ เชิดพงศ์ : ครับ งานที่ผมดำเนินการอยู่ ก็ต้องเป็น งานที่เป็นแบบ Win Win Win หมายถึงว่า งานของตัวหมอเอง ต้องดำเนินการต่อไปได้ องค์กรนี้ก็อยู่ได้ คนไข้เองก็อยู่ได้ สังคมเองก็อยู่ได้ เป็นองค์กรที่ไม่ได้มุ่งแสวงหาผลของกำไรสูงสุด แต่หมายความว่า เราจะจับพนักงานหรือทีมงานของเราไปทำบุญกัน ที่โรงพยาบาลสงฆ์ทุกวัน พฤหัสบดียกตัวอย่างน่ะ ทุกคนก็จะตระหนักถึงคุณค่าว่า ดีจังเลย บุคคลากรผมไม่ได้เรียนสูง แต่ว่าผมจับสอน จนมีทักษะพิเศษ เพราะฉะนั้นบุคลากรของผมอาจจะจบแค่ ป.6 ม.6 นะครับ จบไม่ถึง ป.ตรี ซึ่งทั้งหมดก็จะมีลักษณะเฉพาะต้อง Win ทั้งหมด สังคมก็ Win ด้วยนะครับ ไม่ใช่ว่าเราสบายอยู่คนเดียว
คือจริงๆแล้วเมื่อหมอใส่หมวกผู้ประกอบการ ทุกคนก็ต้องอยู่รอด ใจผมอาจจะทำบุญ แต่ตัวผมเองก็รู้อยู่ว่าถ้าผมทำบุญทั้งชีวิต มันก็ต้องล้มในที่สุด สุดท้ายก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรจริงๆ ถ้าเกิดว่า มันไม่ได้อยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง
 
 
 
Rongteen Team : ใช่ครับ ใช่
คุณหมอ เชิดพงศ์ : เค้าก็มีครอบครัว มีลูก มีเมีย ก็ต้องมีข้าวกิน ที่นี้เราบอกว่า สิ่งที่เราส่งมอบให้คนไข้ มันคือชีวิตที่เดินได้ เพราะฉะนั้น คนไข้ได้จ่ายเพื่อที่จะให้เค้าเดินได้ เราไม่ได้ Cheating เค้า เราไม่ได้หลอกลวงเค้า เค้าก็ได้รับสิ่งนั้นในสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว เค้าก็ได้รับสิ่งที่มีคุณค่ามากพอที่เค้าจะต้องจ่ายอยู่แล้วล่ะ
 
 
 
 
Rongteen Team : แล้ว Web Site Rongteen.com จะสามารถเข้ามาช่วยงานกิจกรรมตรงนี้ได้อย่างไรบ้างครับ
คุณหมอ เชิดพงศ์ : เราก็ยังไม่มี Web Site เป็นของตัวเองเลย ซึ่งผมมองแล้ว Rongteen.com จะเป็นเหมือนกับว่าบริเวณที่ผู้คนนึกถึงเรื่องเท้า ก็จะแวะเข้ามาดู อาจจะเป็นเรื่องที่เท้าเหม็น หรือข้อมูล กิจกรรมด้านต่างๆที่เกี่ยวกับเท้าทุกเรื่อง แต่ถ้ามา Section ของหมอเอง อาจจะเป็นเรื่องโรคไม่สบาย เรื่องป่วย วิชาการทางด้านการแพทย์ที่เกี่ยวกับเท้า พอเข้ามาปุ๊บ ผมยินดีที่จะ support ให้เป็นแบบ Win Win ก้าวไปด้วยกันครับ
งันผมขอพูดต่อ เรื่องประเด็นของ Demand กับ Supply นี้แหละซึ่งไม่อยู่ในสัดส่วน โดยมีผู้คนเยอะแยะเลยที่มาหาผม ผมเองก็ต้องเจอกับปัญหา ซึ่งผมต้องมองไปในอนาคตว่า อนาคตจะเปลี่ยนแปลงไปยังไง เพราะฉะนั้นเงื่อนไขดังกล่าวแทนที่จะคิดตามรูปแบบเดิม แทนที่จะมาสร้างโรงเรียนแล้วผมก็สอน สุดท้ายกว่าจะค่อยๆเดินหน้าไปก็คงจะยากมาก การทำแผ่นรองรองเท้านี้ช่วยเปลี่ยนประสบการณ์การเดินของคนคนนั้นไปเลยแบบว่า การเดินชั่วโมง ครึ่งชั่วโมง แต่พอใส่จะแก้ไขMechanicsไม่ให้มีการบิด ปรากฏว่าเค้าสามารถเดินได้เป็นวันๆ
 
 
 
 
Rongteen Team : งั้นผมขออาสาช่วยคุณหมอ ในงานทางด้าน IT นะครับ
คุณหมอ เชิดพงศ์ : ผมเชื่อว่าจะมีคนจะสนใจมากเลย เพราะว่าลองเข้าไปดูแล้วก็รู้สึกเลยว่าจริงๆแล้วมีอะไรอีกตั้งเยอะนะ www.rongteen.com ประตูมันเหมือนกับว่า เราเดินผ่านประตูออกไป ตาเราก็ โห!! อะไรเนี่ย อันนี้ก็น่าสนใจ อันนั้นก็น่าสนใจ มันเหมือนเข้าไปในป่าที่เราไม่เคยรู้จักมาก่อนเลย มีอะไรมากมาย (โห!! คุณหมอโปรโมตให้ซะขนาดนี้ เป็นปลื้มๆ)
 
 
 
 
Rongteen Team : มีคนไข้เยอะมั้ยครับคุณหมอ
คุณหมอ เชิดพงศ์ : เยอะมาก เยอะจนกระทั่งผมไม่รู้จะทำยังไงเลยครับ
 
 
 
Rongteen Team : คุณหมอ ทำด้านนี้มานานแค่ไหนแล้วครับ
คุณหมอ เชิดพงศ์ : ประมาณ 10 ปีแล้วล่ะครับ
 
 
 
Rongteen Team : เฉพาะด้านเท้า และรองเท้าเนี่ยนะครับ
        คุณหมอ เชิดพงศ์ : ก็จริงๆแล้วเราพูดถึงรองเท้าก็แค่เป็นส่วนหนึ่งนะ สมุติว่าผมมีอะไรอยู่ในมือ ผมมียาในการรักษา ผมมีการผ่าตัด ผมมีการฉีดยา ผมมีเครื่องมือกายภาพบำบัด มีลำแสงโน้น ลำแสงนี้ เครื่องมือโน้น เครื่องมือนี้ รองเท้าก็คืออยู่ในส่วนตรงนี้ ทั้งหมดแล้วการใส่เผือก การเลชิ่ง การใช้หนอนในการบำบัด ในกรณีแผลเรื้อรัง เยอะแยะไปหมดเลย
 
 
 
 
Rongteen Team : แล้วคุณหมอ ได้ทำการประชาสัมพันธ์หรือสื่อที่ออกไปภายนอกบ้างมั้ยครับ
คุณหมอ เชิดพงศ์ : ผมบอกได้เลยว่า เงื่อนไขสิ่งต่างๆ ที่บอกถึงการรับรู้ ความสามารถ ผู้ป่วย จำนวนผู้คน ผมแหว่งพวกการประชาสัมพันธ์มากครับ
 
 
 
 
Rongteen Team : ยินดีเลยครับคุณหมอ ยินดีเลยครับผมช่วยเต็มที่ครับ
        คุณหมอ เชิดพงศ์ : ฮ่าา ผมแย่มากเลยนะครับ เรื่องนี้อ่ะ จริงๆแล้วก็มีแนวทางกระจายไปในหลายๆกลุ่มซึ่งมีความต้องการหลากหลาย กลุ่มหนึ่งเป็นนักวิ่ง เราไปร่วมกับนักวิ่ง เคยไปออก Event หลายครั้งด้วยกัน ครั้งนึงเป็น Bangkok Marathon ตอนนั้นจะไปรับเสื้อที่สวนลุมนะครับ เค้าติดต่อมา เป็นเรื่องการดูแลเกี่ยวกับด้านประชาสัมพันธ์ออกหนังสือ แล้วเราก็อธิบายพูดถึงการดูแลเท้ายังไงไม่ให้เจ็บ แล้วก็จะมี Event อีกครั้งสองครั้ง ซึ่งมี ชมรม แฟนคลับเยอะเหมือนกัน
คือตอนนี้ Background ของผม คือว่า ผมเป็นหมอ เพราะฉะนั้นผมเริ่มต้นจากที่ผมนั่งอยู่แล้วตรวจ แล้วเจอปัญหา แล้วมันติดขัดอยู่ ผมอาศัยเลือดบ้า (โห!! นับถือๆ) แล้วลุยไปทำให้มันเกิดขึ้น เจอปัญหาปุ๊บ คนไข้ก็เหมือนกับครูของผม คนไข้ก็มาบอกผม ผมอ่านตำราก็รู้เลย ต้องเป็นอย่างนี้ ทำยังไงดีล่ะ แล้วผมก็กลับไป ไปเรียนมา ถ้าดูในข้อมูลของผมก็จะรู้เลยว่า ผมเรียนมาเยอะมาก ดูในโปรไฟล์ผม คนอะไรเรียนเยอะแยะไปหมด พอเจอคนไข้ที ผมก็กลับไปเรียนที เป็นอย่างนี้เรื่อยมา
 
 
 
 
Rongteen Team : จำเป็นมั้ยครับกระดูกยิ่งอ่อนๆ อายุยังอ่อน ยิ่งดัดได้ง่ายขึ้น
คุณหมอ เชิดพงศ์ : ตามหลักแล้ว ถ้าเกิดเราพูดถึงเรื่องของเด็ก ผมพูดแบบอุปมาอุปไมนะครับ จะได้เห็นภาพได้ง่ายขึ้น หมอดูประชากรทุกคนที่เกิดขึ้นมา ก็เหมือนกับว่าเราดูในเรือนเพาะชำ เต็มไปหมดเลยต้นไม้แต่ละต้นสวยงามดี เราก็ดูว่าเด็กคนนี้ปกติดีนะ แข็งแรงดีนะ มีพัฒนาดีนะ จิตใจ อารมณ์  สังคม ร่างกาย กล้ามเนื้อมีความสุข มาเจออยู่ต้นนึง แง๊ก!! ต้นเขียวๆ แล้วก็จับขึ้น ยังเขียวอยู่ เราก็จับได้ เราก็จับขึ้น แล้วมันก็แง๊ก!! อีกแล้วก็ต้องจับขึ้นใหม่ประคองไว้ เพราะฉะนั้น โดยศาสตร์เรื่องนี้การที่เด็กอยู่ในท่าที่ แพคอยู่ในครรภ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อจะให้สมองใหญ่ที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ แต่ไม่ใหญ่จนเกินไปจนคลอดไม่ได้ นึกภาพออกใช่มั้ยครับ ทุกอย่างต้องแพคไว้ให้ดีเลย หัวใหญ่มาก มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิต ที่หัวใหญ่มาก พอออกมาช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เลย เรื่องแขนขา เป็นเรื่องเล็กมาก ไม่เหมือน วัว ควาย ออกมาเดินได้เลย มนุษย์ออกมาทุกอย่างจะถูกคลี่ออกมา บางทีอาจจะไม่สมบรูณ์ การเดินไม่สมบรูณ์ เด็กปลายเท้าเข้าไปด้านใน เขาโก่งออก เข่าบิดไปด้านใน เยอะแยะไปหมดเลยนะครับ เพราะฉะนั้นการเตรียมตัวของกระดูกไม่ดีก็จะวัด มุด X-ray ไว้ให้แป๊ะๆเลยเป็นอย่างนี้นะ ปีนี้นะเป็นอย่างนี้นะ เราวัดเพื่อรักษา แล้วเราก็ตัดรองเท้า ถ้าเราจำได้สมัยก่อนถ้าเกิดว่าเราทันหนังเรื่อง  Forrest Gumpที่ใส่รองเท้าที่มี เหล็กมีสปริง ใครๆก็ไม่ชอบ ใครๆก็ดูถูก เด็กอื่นๆก็ไล่เตะเอา แต่ปัจจุบัน เรารู้เลยว่าเด็กไม่ได้ต้องการอย่างนั้นหรอก คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ต้องการ ถ้าเกิดว่ามีทางเลือกที่เป็นไปได้ รองเท้าที่ใส่ย่อมดีกว่ารองเท้าที่อยู่ในตู้เก็บรองเท้า ที่นี้เด็ก ก็ทรมาน เจอเด็กโห่ไล่เตะตูด ยิ่งฝรั่งยิ่งแย่ใหญ่เลยนะครับ ฉะนั้นเราต้องมาสร้างแบบนี้ นี่คือรองเท้าเด็กที่ เด็กใส่ไม่เคยถอดเลย แล้วมันให้การประรอง แก้ไข
 
 
 
 
 
Rongteen Team : นี่คุณหมอทำเองเหรอครับ
        คุณหมอ เชิดพงศ์ : ใช่ครับ ทำเองครับ แต่ละคู่ แต่ละข้าง
 
 
 
 
Rongteen Team : One by One เลยใช่มั้ยครับ
คุณหมอ เชิดพงศ์ : จริงๆแล้วผมอยากจะบอกเลยว่า รองเท้าของเราทำแต่ละข้างจะบอกว่าไม่เหมือนกันเลย เพราะหมายความว่าทั้งข้างซ้ายข้างขวา บางคนทรมานมากกว่านี้อีก เพราะว่าข้างซ้ายต้องใส่ เบอร์ 40 ข้างขวา 42
 
 
 
 
 
 
Rongteen Team : ใช่ครับ
คุณหมอ เชิดพงศ์ : เพราะฉะนั้นเราจะบอกว่า รองเท้าเราสร้างขึ้นมาจากเท้า ก้อนอันนี้เราเรียกว่าหุ่นรองเท้า โดยเราทำ Casting เราใส่เผือกคนไข้มาแล้วเราเทปูน เราได้สิ่งนี้มา เราสั่งไปในโรงกรึง แล้วเราก็จะได้สิ่งนี้มา ผมว่า สัมภาษณ์ผมเป็นวันๆ ก็ยังไม่จบ (จริงของหมอครับ ผมนั่งมาเกือบ 2 ชั่วโมงล่ะ)
 
 
 
 
Rongteen Team : คงได้มารอบ 2 แน่ๆครับ
คุณหมอ เชิดพงศ์ : นะครับ สมมุติว่าคนไข้คุณอรัญญาใส่รองเท้าไม่เคยได้เลย เพราะว่าทุกครั้งที่เธอไปเลือกซื้อรองเท้าในท้องตลาด ก็จะเป็นรองเท้าที่ใส่แล้วชนกับเท้าเธอตลอด ฉะนั้นต้องสร้างรองเท้าเพื่อเธอโดยเฉพาะ นี่เรายังไม่พูดถึงคนไข้ที่มองไม่เห็น คนไข้ที่ถูกตัดเท้าไปแล้วส่วนนึงอีกนะครับ
 
 
 
 
Rongteen Team : ครับ ถ้าทาง Rongteen Team พร้อมเมื่อไหร่ ผมจะขออนุญาตนัดพบคุณหมออีกทีนึงนะครับ อาจเป็นโรงพยาบาลสงฆ์ก็ได้นะครับ
คุณหมอ เชิดพงศ์ :  ได้เลยเราจะได้ไปทำบุญกัน ตรงนี้เป็นประเด็นสำคัญกัน เราตั้งกองทุนเพื่อป้องกันการตัดเท้าในพระสงฆ์นะครับ จะมีบุญมากเลยมาช่วยกันโปรโหมดตรงนี้ ว่าทุกคนช่วยเหลือกัน คนละเล็กละน้อย จะมีจะสร้างอะไรช่วยกันได้มากเลยครับ
 
 
 
 
Rongteen Team : Win Win นะครับคุณหมอ ผมขอขอบคุณคุณหมอมากเลยนะครับทีให้โอกาสในการสัมภาษณ์ในครั้งนี้ครับ
คุณหมอ เชิดพงศ์ : ครับ ยินดีเช่นกันครับ มาทำบุญร่วมกันนะครับ
 
 
 
*** ข้อมูล และข้อความที่แสดงอาจมีความผิดพลาดในเรื่องของภาษาทั้งไทยและอังกฤษ เนื่องจากเป็นการถอดสำนวนจากการบันทึกเสียง อาจมีความผิดพลาดเกิดขึ้นได้ครับ
     ต้องขออภัยเพื่อนๆที่อ่าน หากมีตรงไหนชี้แนะ ทาง Rongteen Team ยินดีรับทราบเพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไขต่อไปครับ  ขอบคุณครับ...

 

 

ติดตามข่าวสาร กิจกรรม บทความของคุณหมอ นพ. เชิดพงศ์ หังสสูต

พร้อม ถาม-ตอบปัญหาโดยตรงได้ที่  http://www.rongteen.com/footcareclinic/

 

 

ขอขอบคุณ 

นพ. เชิดพงศ์ หังสสูต  แพทย์ประจำโรงพยาบาลสมิตติเวช
 ที่ให้เกียรติสัมภาษณ์ในครั้งนี้


 
บทสัมภาษณ์ และถ่ายภาพ โดย Rongteen Team
 
 
 
 

 




โดย:Rongteen team
ที่มา:Rongteen Team
วันที่ :2009-08-09 21:56:52
คนอ่าน : 599
คนตอบ : 7
IP : 58.8.168.xxx
 

 
 
ความคิดเห็นที่1

ผู้โพส อึ่ม
สถานะ เตะฝุ่น
วันที่ 2009-08-10 11:18:40
หมายเลข IP 58.8.176.xxx

ดีจรังได้ความรู้เยอะด้วย

 


 
ความคิดเห็นที่2


ผู้โพส KuanG
สถานะ สมาชิก
วันที่ 2009-08-13 15:08:42
หมายเลข IP 58.8.169.xxx

โอ้ว ได้ความรู้เยอะนะเนียย แต่....... โรคเนียน่ากลัวเนอะ - -ll เอาซะคนอ่านหลอนไปเลย (x/lx)

 


 
ความคิดเห็นที่3

ผู้โพส ฟหกฟหฟๆ
สถานะ เตะฝุ่น
วันที่ 2010-02-16 10:06:40
หมายเลข IP 10.12.4.xxx

คุณหมอถ่ายรูปคู่กับเท้าแล้วดูดีจังเลยครับ

 


 
ความคิดเห็นที่4

ผู้โพส ชวิศ หังสสูต
สถานะ เตะฝุ่น
วันที่ 2010-02-16 10:07:30
หมายเลข IP 10.12.4.xxx

ที่ถ่ายแล้วดูดีเพราะหน้าส้นตีนรึปล่าวครับหมอ

 


   

 
 
Comment

 
อ่านซักนิดก่อนคิดจะโพส


1. แสดงความคิดเห็นโดยต้องไม่หมิ่นเหม่นต่อสถาบันชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคายให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่องต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในComment


 
ใส่ตัวเลขที่เห็น *  
NP881
โดย *  
 
 

 
 

  Copyright © 2009 Kevin Organizer Co.,Ltd. All Rights Reserved.
Design by Kevinorganizer.com
Contact Email webmaster@rongteen.com