สมาชิกเข้าสู่ระบบ เว็บรองเท้า
ลืมรหัสผ่าน?

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ เว็บรองเท้า

คุณปู่มาสซาโร ช่างทํารองเท้าแพงที่สุดในโลก!!

คุณปู่มาสซาโร ช่างทํารองเท้าแพงที่สุดในโลก!!

 

"คุณปู่มาสซาโร" ช่างทํารองเท้าแพงที่สุดในโลก!!

 

     “รองเท้าทุกคู่เปรียบได้กับลูกในไส้ของผม...ผมรักทั้งนั้น เพราะปั้นมาเองกับมือ” นี่คือความในใจของช่างทำรองเท้ามือหนึ่งของโลก “เรย์มอนด์ มาสซาโร” บรมครูใหญ่ของโลกแฟชั่นรองเท้า ที่โลดแล่นอยู่บนถนนสายนี้มานานกว่า 56 ปี ชีวิตของเขาผ่านร้อนผ่านหนาว และได้สัมผัสเท้าคนดังๆมาแล้วนับไม่ถ้วน!! ใครอยากครอบครองรองเท้าสักคู่ของคุณปู่ ต้องพกเงินมาไม่ต่ำกว่า 3,000 ยูโร เทียบเป็นเงินไทยก็เฉียดแสนห้าเท่านั้นเอง...อุ้แม่เจ้า!!

 

      “คุณปู่มาสซาโร” วัย 78 ปี ถือเป็นช่างทำรองเท้าตัวจริง เพราะเกิดมาในตระกูลช่างรองเท้าเก่าแก่ของอิตาลี มีปู่เป็นช่างรองเท้ามือดี พ่อและญาติพี่น้องทางฝ่ายพ่อ ก็ล้วนแต่เป็นช่างทำรองเท้า แต่ก็เกือบไปแล้วเหมือนกัน เพราะตอนเป็นวัยรุ่น เขาไม่เคยคิดอยากทำรองเท้าแม้แต่น้อย แต่กลับใฝ่ฝันอยากเป็นอาจารย์สอนภาษาฝรั่งเศส หรือประวัติศาสตร์มากกว่า!! โชคดีที่ถูกพ่อบังคับให้เรียนรู้ศิลปะการทำรองเท้าอย่างจริงจัง จึงได้มีโอกาสเริ่มต้นอาชีพนี้เป็นเรื่องเป็นราวในปี 1947

 

      “พ่อผมเป็นช่างทำรองเท้า พี่น้องสามคนของพ่อก็เป็นช่างทำรองเท้า ปู่ของผมเป็นผู้ก่อตั้งร้านรองเท้า ผมเลยอยากทำอะไรที่แตกต่างบ้าง แต่ปรากฏว่าถูกพ่อบังคับให้เป็นช่างรองเท้า และสืบทอดกิจการร้านรองเท้าของครอบครัว ต้องนับว่าท่านเป็นคนเล็งการณ์ไกลจริงๆ ทุกวันนี้ผมยังนึกขอบคุณท่านอยู่เลย!! ถึงจะไม่ได้เป็นอาจารย์สอนประวัติศาสตร์ แต่งานของผมก็เกี่ยวพันกับเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ไม่น้อย ในฐานะช่างทำรองเท้า ผมคิดค้นหาวิธีปรับรูปทรงรองเท้าของพระเจ้านโปเลียนแห่งฝรั่งเศส... จำลองแบบรองเท้าของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ขึ้นมาใหม่...ที่ภูมิใจมากๆก็คือ ผมยังได้รับความไว้วางใจ ให้ทำต้นแบบรองเท้าถวายสมเด็จพระสันตะปาปาจอห์น พอลที่สอง”

 

      และแม้รองเท้ารุ่น “ballerine” ที่ “มาสซาโร” บรรจงทำให้กับแบรนด์ดังเก่าแก่ของฝรั่งเศสอย่าง “Madame Gres” ในปี 1955 จะสร้างชื่อเสียงให้เขาไม่น้อย แต่หนทางสู่ความสำเร็จแท้จริงในวงการนี้ เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น เมื่อเขาได้รับการทาบทามจาก “โคโค่ ชาเนล” ในปี 1957 ให้ทำรองเท้าแซนเดิลแบบทูโทนสำหรับห้องเสื้อ “CHANEL” แบรนด์สุดหรูสัญชาติปารีเซียง ผลปรากฏว่ารองเท้าคู่ดังไม่เพียงแต่จะเป็นที่คลั่งไคล้ของเซเลบริตี้ทั่วโลก โดยมี “เจ้าหญิงไดอาน่า” เป็นผู้นำเทรนด์ แต่ยังกลายเป็นไอคอนสำคัญของอุตสาหกรรมแฟชั่น เพราะแม้เวลาจะผ่านไปหลายสิบปี แต่รองเท้าของชาเนลคู่นี้ก็ไม่เคยตกยุค และจะถูกนำกลับมาทำใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า!!

 

      ลูกค้าเกินครึ่งของ “มาสซาโร” ล้วนแต่เป็นคนดังระดับเอลิสต์ ที่พร้อมควักกระเป๋าซื้อรองเท้าคู่ละแสนสองแสนมาใส่โดยไม่สะดุ้งสะเทือน!! ไม่ว่าจะเป็น เอลิซาเบธ เทย์เลอร์, ดัชเชส ออฟ วินด์เซอร์, มาร์ลีน ดีทริช, คลอเดีย ชิฟเฟอร์, กษัตริย์ฮัสซันที่สองแห่งโมร็อกโก, เจ้าหญิงไดอาน่า รวมถึง ครอบครัวเคนเนดี้ โดยคุณปู่แอบเมาท์ให้ฟังว่า ลูกค้าแต่ละคนก็มีความต้องการแตกต่างกันไป แต่ประเภทที่โดดเด่นจำขึ้นใจคงจะเป็น ทายาทห้างสรรพสินค้าวูลเวิร์ธ “บาร์บาร่า ฮัตตัน” ไฮโซชื่อดังรุ่นใหญ่ของนิวยอร์ก นิยมสั่งตัดรองเท้าทีละเป็นร้อยคู่!! ส่วน “โมนา บิสมาร์ค” สาวสังคมระดับท็อปของอเมริกา ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องรสนิยมการแต่งตัว มักจะสั่งตัดรองเท้าแบบละ 3 คู่ สำหรับใส่ออกงานครั้งเดียว โดยเธอให้เหตุผลว่า ต้องมีสแปร์เผื่อไว้ล่วงหน้ากันความผิดพลาด!!

 

      ก็เพราะคร่ำหวอดอยู่ในวงการนี้มาเกือบ 6 ทศวรรษ “คุณปู่มาสซาโร” จึงมองเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในธุรกิจแฟชั่น และอดที่จะสะท้อนออกมาดังๆไม่ได้...“สมัยที่พ่อผมยังมีชีวิตอยู่ ท่านมีลูกค้าซี้ปึ้กอยู่ 300 คน ซึ่งก็ถือว่ามากแล้วสำหรับร้านรองเท้าท้องถิ่น แต่ดูผมสิ!! ทุกวันนี้ ผมทำรองเท้าให้ลูกค้าประจำถึง 3,000 คน!! เป็นลูกค้าที่รู้จักค่าของงานฝีมือจริงๆ!! ผมว่าเดี๋ยวนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนมาก แฟชั่นเปลี่ยนโฉมหน้าเร็ว ผู้หญิงสมัยนี้ก็แต่งตัวเก่งขึ้นมาก และต้องการรองเท้าที่แมตช์กับเสื้อผ้าทุกชุดทุกสไตล์ โดยมากนิยมสั่งตัดรองเท้าที่ใช้แมททิเรียลเดียวกับเสื้อผ้าด้วยซ้ำ!! จึงไม่น่าแปลกใจที่แบรนด์เนมหลายๆเจ้าลุกขึ้นขยายธุรกิจแอคเซสเซอรี่กันเป็นล่ำเป็นสัน!!”

 

      กระนั้น ถึงจะทำรายได้มหาศาลจากการทำรองเท้าโอต์ กูตูร์ สนองตัณหาไฮโซทั่วโลกมาหลายสิบปี แต่สำหรับช่างทำรองเท้ารุ่นใหญ่ผู้นี้ เงินคงไม่ใช่ปัจจัยสำคัญที่สุดของเส้นทางอาชีพสายนี้... “ผมเป็นช่างรองเท้ามาจนถึงทุกวันนี้ ไม่ใช่เพราะอยากร่ำรวย หรือหวังเงินทองอะไร แต่ที่ยังทำรองเท้าไม่เลิก ทั้งๆที่เลยวัยเกษียณมาไกลแล้ว ก็เพราะยังมีไฟอยู่ล้นเหลือ!! การทำรองเท้าถือเป็นงานศิลปะชั้นสูง เป็นเรื่องของความละเอียดอ่อนและพิถีพิถัน ทุกขั้นตอนเป็นงานแฮนด์เมดหมด ใช้เวลาทำคู่ละอย่างน้อย 40 ชั่วโมง ต้องอาศัยทักษะที่ฝึกฝนกันมาต่อเนื่องหลายสิบปี เพื่อสร้างสรรค์รองเท้าที่เพอร์เฟกต์ที่สุด!! ที่โรงงานทำรองเท้าของผม มีช่างทำรองเท้าอยู่แค่ 10 คนเท่านั้น ทุกคนเป็นช่างฝีมือตัวจริง เราทำงานกันเป็นทีม อย่างหัวหน้าช่าง ก็ทำงานกับผมมานานกว่า 30 ปีแล้ว!! เราทำรองเท้าปีละ 1,500 คู่ โดยมีอยู่ 150 คู่ ที่เป็นงานออเดอร์พิเศษจากแบรนด์ชาเนล”

 

     เป็นสัจธรรมที่คลื่นลูกใหม่จะไล่คลื่นลูกเก่ามาเรื่อยๆ แต่สาเหตุที่ “มาสซาโร” ยังสามารถรักษาบัลลังก์ช่างทำรองเท้ามือหนึ่งของโลกไว้ได้อย่างสง่างาม เป็นเพราะเขาถือคติว่า อยากเป็นช่างทำรองเท้าที่ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่สักแต่ทำรองเท้าสวยเท่านั้น แต่ต้องมีจิตวิทยาเข้าใจความต้องการของลูกค้าด้วย!!

 

     “ทุกครั้งที่มีลูกค้าเข้าร้าน ผมจะถามตัวเองเสมอว่า ทำไมพวกเขาถึงยอมตัดรองเท้าราคาแพงขนาดนี้ พวกเขามีเหตุผลส่วนตัวอะไรหรือเปล่า หรืออยากหารองเท้าที่ใส่สบายเท้าจริงๆ... รองเท้าที่พวกเขากำลังมองหาเป็นรองเท้าประเภทไหน ใช้ใส่ออกงานกลางคืน หรือท่องราตรี...การรู้ใจลูกค้า และเดาใจให้ถูก คือเรื่องยากที่สุดของการเป็นช่างรองเท้า!!”

 

      เวลาลูกค้าตัดสินใจสั่งตัดรองเท้ากับ “มาสซาโร” สิ่งแรกที่ทุกคนต้องทำเหมือนกันก็คือ การวัดเท้าเพื่อตัดต้นแบบไซส์รองเท้าให้พอดีกับรูปทรงของเท้า จากนั้นจึงตัดแพตเทิร์นรองเท้า และตกแต่งประดับหัวรองเท้าให้งดงามตามออเดอร์ แล้วค่อยใส่พื้นรองเท้าเป็นขั้นตอนสุดท้าย... “เคล็ดลับสำคัญในการทำรองเท้าให้สวยสมบูรณ์แบบ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเรื่องความสูงของส้น แต่ขึ้นกับองศาความโค้งของรูปทรงรองเท้าที่เหมาะสม ไม่ฟิตไป หรือหลวมไป เรียกว่าต้องพอดีเป๊ะทุกกระเบียดนิ้ว!!”

 

     อย่างไรก็ดี ด้วยความที่คุณปู่ของเราไม่มีทายาทสืบทอดธุรกิจ เมื่อไม่นานนี้ เขาจึงตัดสินใจขายกิจการทำรองเท้าให้ “CHANEL” เป็นผู้บริหารงาน เพื่อรับประกันว่า อย่างน้อยๆ ถ้าวันหนึ่งเขาเกิดเกษียณอายุอำลาวงการไป งานฝีมือเก่าแก่ของตระกูลช่างทำรองเท้า จะได้รับการอนุรักษ์ไว้ตราบนานเท่านาน!!

 

     “ถ้าวันหนึ่งผมเกษียณอายุขึ้นมา ธุรกิจทำรองเท้าของมาสซาโร ก็ยังสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ ภายใต้การดูแลของ “CHANEL” ผมทำงานร่วมกับ “คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์” มาเป็นปีที่ 25 แล้ว เขาเป็นคนบ้างานสุดๆ และเป็นอัจฉริยะที่คอยสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆให้คนทำรองเท้าอย่างพวกเรา เขาปรับโฉมหน้าชาเนลให้ทันสมัยขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็ยังสามารถรักษาจิตวิญญาณของแบรนด์ไว้ได้ ผมทึ่งและยกย่องในฝีมือของเขาจริงๆ และเชื่อมั่นว่าชาเนลจะทำหน้าที่สืบสานธุรกิจการทำรองเท้าโอต์ กูตูร์มิให้สูญหายไปจากโลก!!”

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลดีดีจาก  www.yenta4.com

 

 

ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

 




โดย:Rongteen team
คนอ่าน : 1361





comments


รองเท้า ^^