สมาชิกเข้าสู่ระบบ เว็บรองเท้า
ลืมรหัสผ่าน?

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ เว็บรองเท้า

กายืดกล้ามเนื้อ

กายืดกล้ามเนื้อ

  ความคล่องตัวของการเคลื่อนไหวจะเกิดก็ต่อเมื่อเราได้บริหารโดยการยืดเอ็นและกล้ามเนื้อ flexibility exercise การบริหารวิธีนี้จะไม่ทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น หรือทำให้ปอดและหัวใจแข็งแรงขึ้น ก่อนการทำบริหารคุณควรจะได้มีการอบอุ่นร่างกาย(warm up ) โปรดจำไว้ว่าไม่ควรจะยืดกล้ามเนื้อหากยังไม่ได้อบอุ่นร่างกาย หลักการยืดกล้ามเนื้อจะกระทำจนกระทั้งกล้ามเนื้อมัดที่ถูกบริหารเริ่มมีการตึงตัว ควรจะบริหาร flexibility เมื่อไรและบ่อยแค่ไหน

 

  การบริหาร stretching ควรบริหารหลังจากการออกกำลังแบบ aerobic หรือการยกน้ำหนักถ้าหากไม่ได้ออกกำลัง แบบ aerobic หรือยกน้ำหนัก ให้เดินไปมาสักระยะหนึ่งก่อนแล้วบริหารแบบยืดเส้นถ้าหากบริหารร่างกายโดยใช้ stretching อย่างเดียวให้ออกสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละ 20 นาที ในการบริหารแต่ละท่าให้ทำ 3 ครั้ง เมื่อยืดเส้นจนได้ตำแหน่งที่ต้องการให้คงท่านั้นไว้ 10 วินาทีหลังจากนั้นให้ผ่อนคลายแล้จึงยืดใหม่

ข้อควรระวัง

ผู้ป่วยที่ผ่าตัดเปลี่ยนข้อต้องปรึกษาแพทย์ก่อนออกกำลังกาย
การทำ flexibility ควรจะทำหลังจากการ warm up หรือหลังจากการออกกำลังแบบ aerobic หรือยกน้ำหนัก
การบริหารแบบ flexibility จะไม่ทำให้ปวดข้อ ถ้าหากท่านปวดแสดงว่ายืดมากไป
หลักการ flexibility ให้ค่อยๆยืดจนได้ตำแหน่งที่ต้องการ แล้วคงท่านั้นไว้ 10 วินาที อย่าใช้วิธีโยกๆ

การบริหารกล้ามเนื้อคอ 

ท่าที่ 1 นอนพื้นราบ หนุนศีรษะด้วยสมุดโทรศัพท์หันหน้าไปทิศทางด้านใดด้านหนึ่ง คงท่านั้น 10-30 นาที หันมาอีกด้านหนึ่ง คงท่านั้น 10-30วินาที ไม่ก้มหรือเงยศีรษะ
ท่าที่ 2 ยืนตรงศีรษะอยู่แนวตรง ค่อยๆเอียงศีรษะไปทางขวามือจนกระทั่งเกิดตึงคอด้านซ้ายมือให้นาน 10-30 วินาที หลังจากนั้นกลับท่าตรงแล้วเอียงศีรษะไปทางซ้ายจนตึงด้านขวา 10-30 นาที จำไว้ว่าก่อนเปลี่ยนท่าต้องกลับมาท่าตรงก่อน

 

การบริหารหัวไหล่

ท่าที่ 1 นอนบนพื้น เอาหมอนหนุนที่ศีรษะ และเข่ากางแขนออกและงอข้อศอก มือชี้ไปที่เพดานค่อยๆวางมือลงข้างหมอนคงท่านี้ไว้ 10 วินาที หากมีอาการเจ็บให้เลิกทำทันที ยกแขนกลับท่าเดิมแล้ววางแขนข้างลำตัว คงท่านี้ไว้ 10 วินาที
ท่าที่ 2 ยืนเท้าแยกกัน ยื่นมือทั้งสองข้างไปข้างหลัง นิ้วหัวแม่มือชี้ลงพื้น ค่อยๆเอามือเข้าหากันจะกระทั่งเกิดความตึงที่หัวไหล่ค้างไว้ 10-30 วินาทีแล้วจึงกลับท่าเดิม ทำซ้ำสัก 2-3 ครั้งยืนเท้าชิดกันยกมือขึ้นทั้งสองข้างเหนือศีรษะเอามือไขว้กัน คาท่านี้ไว้ 10-30 นาที

ท่าที่ 3 ยืนเท้าแยกกัน ผ่ามือหงายค่อยๆหมุนมือทั้งสองข้างเริ่มจากวงเล็กๆ ค่อยๆขยายวงกลมให้ใหญ่ขึ้น ใหญ่ขึ้น กลับสู่ท่าเริ่มต้นหมุนมือแต่กลับทิศทางค่อยๆเริ่มจากวงเล็กขยายวงใหญ่มากขึ้น ใหญ่ขึ้น

 

 

การออกกำลังกายเพื่อป้องกันกระดูกพรุน การออกกำลังการนอกจากจะทำให้ชะลอการเกิดกระดูกจาง ยังช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรง ร่างกายแข็งแรง และลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจเป้าหมายของการออกกำลังเพื่อป้องกันกระดูกจางประกอบด้วย

 

การออกกำลังเพื่อให้กระดูกรับน้ำหนัก เช่น การเดิน การวิ่ง ขึ้นบันได ซึ่งจะทำให้ กระดูกขา กระดูกข้อสะโพก กระดูกหลังแข็งแรง ถ้าท่านมีกระดูกจางแล้วแนะนำให้เดินวันละครึ่งชั่วโมง
ยกน้ำหนัก ซึ่งจะช่วยให้กล้ามเนื้อแขน หลัง รวมทั้งกระดูกแขน และหลังแข็งแรง หากท่านมีโรคกระดูกจางแล้วต้องปรึกษาแพทย์
การออกกำลังเพื่อให้กล้ามเนื้อหลังแข็งแรง เนื่องจากกระดูกหลังของผู้ป่วยกระดูกจางจะถูกกดทำให้โครงสร้างของหลังโก่งซึ่งจะทำให้กระดูกมีโอกาสหักได้ง่าย หากกล้ามเนื้อหลังแข็งแรงจะช่วยให้กระดูกแข็งแรงเพิ่มขึ้น รูปแบบการบริหารที่จะนำเสนอเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้อง และกล้ามเนื้อหลัง


วิธีการบริหาร

ดูวิธีการบริหารได้ที่นี่

 

โรคข้อเสื่อมและการออกกำลังกาย การออกกำลังกายนอกจากจะชะลอการเกิดกระดุกพรุนแล้ว ยังช่วยทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรง ร่างกายแข็งแรง และลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ เป้าหมายของการป้องกันกระดูกพรุนประกอบไปด้วย

  การออกกำลังเพื่อให้กระดูกรับน้ำหนัก เช่น การเดิน การวิ่ง ขึ้นบันได ซึ่งจะทำให้ กระดูกขา กระดูกข้อสะโพก กระดูกหลังแข็งแรง ถ้าท่านมีกระดูกจางแล้วแนะนำให้เดินวันละครึ่งชั่วโมง
ยกน้ำหนัก ซึ่งจะช่วยให้กล้ามเนื้อแขน หลัง รวมทั้งกระดูกแขน และหลังแข็งแรง หากท่านมีโรคกระดูกจางแล้วต้องปรึกษาแพทย์ 


  การออกกำลังเพื่อให้กล้ามเนื้อหลังแข็งแรง เนื่องจากกระดูกหลังของผู้ป่วยกระดูกจางจะถูกกดทำให้โครงสร้างของหลังโก่งซึ่งจะทำให้กระดูกมีโอกาสหักได้ง่าย หากกล้ามเนื้อหลังแข็งแรงจะช่วยให้กระดูกแข็งแรงเพิ่มขึ้น รูปแบบการบริหารที่จะนำเสนอเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้อง และกล้ามเนื้อหลัง

 

 

บริหารกล้ามเนื้อหลังส่วนบน โดยการนอนราบ หมอนหนุนบริเวณเอว มือไว้ข้างลำตัว บริหารโดยยกศีรษะและหน้าอกขึ้น พร้อมกับดึงสะบักเข้าหากัน

บริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องโดยการนอนราบ ตั้งเข่าขึ้น มือไว้ข้างลำตัว บริหารโดยการยกศีรษะพร้อมทั้งเกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้อง

บริหารกล้ามเนื้อหลังส่วนล่าง โดยการยกเท้าข้างใดข้างหนึ่งให้เข่างอ ยกให้ต้นขาอยู่ในแนวเดียวกับลำตัว

บริหารกล้ามเนื้อหลังส่วนบน โดยการดึงแขนทั้งสองข้างมาทางหลัง

บริหารกล้ามเนื้อหน้าท้อง โดยการนอนราบตั้งเข่าขึ้น บริหารโดยการเกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้อง กดหลังแนบกับพื้น และยกสะโพกขึ้น

หากท่านมีโรคกระดูกจางให้งดท่าออกกำลังกายเหล่านี้ โดยเฉพาะการบริหารที่ทำให้หลังโค้ง

 

 

 

   ข้อควรจำหากท่านมีโรคประจำตัว มีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจ โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนออกกำลังกายการป้องกันกระดูกสันหลังทรุดเนื่องจากโรคกระดูกพรุนจะมีเนื้อกระดูกลดลง ทำให้ความแข็งแรงลดลงและมักจะมีกระดูดสันหลังทรุดลงอย่างรวดเร็วการป้องกันจะช่วยมิให้กระดูกสันหลังทรุดเร็วเกินไป การป้องกันสามารถเริ่มตั้งแต่กิจวัตรประจำวันจนถึงการออกกำลังกายการนอน

* การนอนคว่ำจะทำให้กระดูกหลังแอ่นขึ้น ป้องกันกระดูกไม่ให้ทรุด แต่อาจจะทำให้เกิดอาการปวดหลัง ดังนั้นไม่เหมาะในคนที่มีกระดูกทรุด

* ท่านอนตะแคง ก่ายหมอนข้าง ท่านี้หลังตรงดีและไม่ปวดหลัง

* ท่านอนหงาย หมอนหนุนใต้เข่า หลังจะตรงดี

การยืนหรือเดิน 

ให้ยืนตัวตรง เวลาเดินให้เดินตัวตรง หน้าเชิดยืดศีรษะให้สูงกว่าบ่าทั้งสองข้าง เวลาเดินเท้าอย่าบิดไปข้างใดข้างหนึ่ง การยืนนานควรจะมีที่สำหรับรองเท้า เพื่อยกเท้าขึ้นพักสลับข้าง

 

 

การนั่ง

ควรนั่งให้สุดรองก้น หลังพิงกับพนักพิง หากจะให้ดีควรจะมีหมอนหนุนบริเวณเอว ดึงคางและศีรษะไปทางข้างหลัง มองตรงไปข้างหน้า เท้าวางกับพื้นได้เต็มเท้า การนั่งขับรถควรจะเลื่อนที่นั่งให้ใกล้พวงมาลัย เมื่อเวลาเหยียบเบรคเข่าจะอยู่สูงกว่าสะโพก

การผูกเชือกรองเท้า 

ควรจะหาที่สำหรับรองเท้า เพื่อที่จะไม่ต้องก้มไปผูกเชือก

 

 

 

การยกของอย่าก้มลงไปยกของ ให้นั่งยองๆจับของ แล้วค่อยยืนขึ้นมาการกวาดบ้านหรือถูบ้าน

ไม่ควรก้ม ให้ใช้ไม้มอบพื้นแทนการเช็ดถูด้วยมือ และควรจะใช้ไม้กวาดด้ามยาวเพื่อที่จะไม่ต้องก้ม

การไอหรือจาม

ใช้มือข้างหนึ่งปิดปาก มืออีกข้างหนึ่งกดบริเวณหลัง อย่าก้มหลังขณะไอหรือจามเพราะจะทำให้หมอนกระดูกเลื่อนได้

การออกกำลังกาย 

 

 

ยืนแอ่นหลัง มือกดที่เอวแอ่นหลังช้าๆพร้อมกับหายใจลึกๆและเกร็งหน้าท้อง ทำซ้ำๆ ยืนห่างจากกำแพง 1 ฟุตเอนหลังพิงฝา งอเข่าเล็กน้อย ศีรษะ ไหล่และหลังส่วนบนติดกำแพง อาจจะหนุนหมอนไว้ที่เอว เลื่อนตัวขึ้นลง โดยให้มีการเคลื่อนไหวที่เข่าเท่านั้น ทำซ้ำๆกันวันละ 4-5 ครั้ง

 

 

การยกแขนขาทั้งสี่


เริ่มต้นด้วยท่าคลาน โดยให้แขนตรงกับไหล่ ขาตรงกับสะโพกพอดี ส่วนหลังให้อยู่ในแนวราบขนานกับพื้น แล้วยกแขนที่ละแขนตรงไปข้างหน้าเกร็งไว้ เมื่อแข็งแรงดีแล้วให้เหยียดขาไปข้างหลังเกร็งไว้ 3 วินาที สลับขาทำ เมื่อแข็งแรงดีแล้ว ให้ยกแขนและขาด้านตรงกันข้ามเกร็งไว้ 3 วินาที

 

 

ท่าแมวเหยียด 

 

เริ่มต้นอยู่ในท่าคลาน 4 ขา จากนั้นเลื่อนก้นไปทางข้างหลังก้มลง แล้วเหยียดแขนไปข้างหน้าให้ไกลที่สุดพร้อมกับหายใจออกจนสุดแล้วพัก

 

การวิดพื้น

 

การวิดพื้นท่านอนคว่ำ เริ่มต้นนอนคว่ำ แอ่นหลังมือยันพื้นแล้วค่อยดันตัวขึ้นพี้อมกับหายใจลึกๆ และหายใจออกขณะลดตัวลงข้อศอกยังงออยู่เพื่อป้องกันอาการปวดหลัง หากไม่ปวดหลังก็สามารถยกตัวขึ้นให้สูงที่สุด

 

นอนคว่ำพร้อมยกขาขึ้น 

 

นอนราบ อาจจะเอาหมอนหนุนท้อง ยกขาขึ้นมาข้างหนึ่งให้มากที่สุดเกร็งไว3วินาที พักและยกขาอีกข้างหนึ่งเกร็ง 3 วินาที

 

การบริหารข้อเท้า 

 

ถอดรองเท้า นั่งที่ขอบเก้าอี้ หมอนหนุนหลัง   เหยียดเท้าไปข้างหน้า ให้เข่าตึง ส้นเท้าติดพื้น   กระดกข้อเท้าเข้าหาตัวเองให้สุดแล้วคงท่าเดิม 10 วินาที   เหยียดข้อเท้าให้สุดและคงท่าเดิม 10 วินาที   ทำซ้ำ 3-5 ครั้ง  

การบริหารข้อมือ 

 

ให้พนมมือจรดหน้าอก   ยกข้อศอกจนแขนขนานกับพื้น   ให้มื้อสองข้างออกแรงต้านกัน   คงท่าเดิม 10-30 วินาที  

การบริหารกล้ามเนื้อต้นขา 

 

ให้นอนราบ หนุนหมอน ให้ชันเข่าขึ้นตลอดการบริหารเข่าและเท้าจะติดกันตลอด   ให้ไหล่ติดพื้นตลอดเวลา   ให้โยกเข่าทั้งสองข้างลงด้านข้าง และคงตำแหน่งเดิม 10 นาทีจึงยกเข่ากลับท่าเดิม   โยกเข่าทั้งสองข้างมายังอีกด้านหนึ่ง  

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลดีดีจากhttp://samysamyface.wordpress.com 

ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต




โดย:Rongteen team
คนอ่าน : 1646




comments


รองเท้า ^^