
รองเท้าสองข้างกับนักเดินทางหนึ่งคน
นักเดินทางคนหนึ่ง รักการเดินทางเป็นชีวิตจิตใจ ตลอดเวลายี่สิบกว่าปีที่ผ่านมาเขาได้เดินทางท่องเที่ยวไปทั่วสาระทิศ และไม่ว่าจะไปที่ไหนเขาก็มีเพื่อนร่วมทางไปด้วยเสมอ นั่นคือรองเท้าคู่เก่งที่เป็นเพื่อนร่วมทางมาตลอด 20 กว่าปีที่ผ่านมา
วันหนึ่งหลังจากที่พักผ่อนอยู่กับบ้านมาร่วมปีด้วยเพราะสุขภาพของเขาไม่เอื้ออำนวยให้ท่องเที่ยวได้เหมือนเก่า นักเดินทางก็เริ่มต้นวางแผนการเดินทางอีกครั้ง ในการเดินทางทุกครั้งที่ผ่านมาไม่ว่าจะไปที่ไหนเขามักถามความคิดเห็นของเพื่อนร่วมทางเของขาก่อนเสมอ ครั้งนี้ก็เช่นกัน นักเดินทางสอบถามความคิดเห็นของรองเท้าทั้งสองข้าง ว่าจะไป ณ ที่แห่งใดกันดี
รองเท้าข้างขวาเสนอให้ไปเที่ยวทะเล เพราะมันอยากเห็นผืนน้ำกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา อยากนั่งมองพระอาทิตย์ ณ เส้นขอบฟ้า ตรงตำแหน่งผืนน้ำตัดกับผืนฟ้า ที่ให้ความงดงามยิ่งกว่าภาพวาดใดๆ จากศิลปินเอกของโลก มันยังประทับความทรงจำที่สวยงามเมื่อคราวไปนั่งมองครั้งก่อนได้ดี และอยากชื่นชมความงดงามนั้นอีกครา
ส่วนรองเท้าข้างซ้ายเสนอว่าอยากไปภูเขา เพราะอยากชื่นชมความร่มรื่นของหมู่ไม้นานาพรรณ อยากไปนอนฟังเสียงแมลงต่างๆ ขับขานเป็นบทเพลงแห่งธรรมชาติยามค่ำคืน ซึ่งมันคิดว่าไม่มีบทเพลงใดๆ ในโลกหล้าที่มนุษย์สรรสร้างมาจะไพเราะเพราะพริ้งได้ยิ่งกว่าบทเพลงแห่งธรรมชาตินี้อีกแล้ว
ในเมื่อรองเท้าสองข้างเสนอความคิดเห็นที่แตกต่าง การตัดสินใจสุดท้ายจึงอยู่ที่นักเดินทาง เมื่อประมวลความช่ำชองของประสบการณ์การเดินทาง นักเดินทางจึงตกลงใจที่จะไปทั้งสองที่ แต่จะเดินทางไปภูเขาก่อน เพราะระยะทางใกล้กว่าทะเลมากนัก
การตัดสินใจของนักเดินทางทำให้รองเท้าข้างขวาไม่พอใจ ด้วยคิดว่านักเดินทางลำเอียงรักรองเท้าข้างซ้ายมากกว่าตน ทั้งๆ ที่ตนแสดงความคิดเห็นก่อน นักเดินทางก็ควรที่จะไปยังสถานที่ที่ตนปรารถนาก่อน
ยิ่งใกล้กำหนดการเดินทาง รองเท้าข้างขวาก็ยิ่งครุ่นคำนึงน้อยใจ ค่ำคืนก่อนออกเดินทาง เกิดฝนตกหนัก รองเท้าข้างขวาซึ่งกำลังอยู่ในอาการน้อยใจอย่างสุดซึ้ง พยายามทำให้ตัวเองอยู่ตรงร่องน้ำมากที่สุด ยิ่งฝนตกมากเท่าไหร่น้ำในร่องน้ำยิ่งเจิ่งนอง พัดพาให้รองเท้าข้างขวาไหลไปตามสายน้ำลงสู่ลำคลองข้างบ้านนักเดินทางนั่นเอง รองเท้าข้างขวาลอยตามน้ำไปด้วยความดีใจยิ่งนัก มันปรารถนาว่าสายน้ำที่มันไหลตามมานี้จะพามันไปจนถึงทะเลในที่สุด
รุ่งเช้า ตะวันโผล่พ้นขอบฟ้า นักเดินทางออกมาสำรวจรอบๆ บ้านจากเหตุฝนตกเมื่อคืน เขาพบว่ารองเท้าเดินทางของเขาหายไปข้างหนึ่ง เขาเดินหาทั่วบริเวณแต่ก็ไม่พบแม้ร่องรอย เขาจึงเดินมาสอบถามรองเท้าข้างซ้าย รองเท้าข้างซ้ายก็ไม่รู้ไม่เห็นใดๆ ทั้งสิ้น เพราะเมื่อคืนขณะที่ฝนตกนั้นมันนอนหลับอุตุ และฝันหวานถึงบรรยากาศสงบร่มเย็นบนภูเขา ที่มันกำลังจะได้ไปสัมผัสเร็วๆ นี้
ทั้งนักเดินทางและรองเท้าข้างซ้าย ตัดสินใจพักการเดินทางท่องเที่ยวเพื่อไปตามหารองเท้าข้างขวา โดยนักเดินทางมีความคิดว่าควรจะเดินทางไปตามแม่น้ำเส้นที่ทอดผ่านหน้าบ้านนี้ไปเรื่อยๆ บางทีอาจจะได้พบรองเท้าข้างขวา ณ จุดใดจุดหนึ่ง ของแม่น้ำนี้เป็นแน่
ตลอดหนึ่งอาทิตย์ของการเดินทางตามหารองเท้าข้างขวา ทั้งนักเดินทางและรองเท้าข้างซ้าย ผ่านแม่น้ำสายแล้วสายเล่า แต่ก็ไร้วี่แววของรองเท้าข้างขวา จนเริ่มเข้าอาทิตย์ที่สอง ทั้งสองได้มาพบรองเท้าข้างขวานอนเขรอะเลอะน้ำคลำ ด้วยลมหายใจรวยริน เหมือนจะขาดใจรอนๆ อยู่ตรงริมฝั่งของแม่น้ำโสโครกสายหนึ่ง ด้วยความดีใจนักเดินทางรีบวิ่งไปหยิบรองเท้าข้างขวาขึ้นจากน้ำคลำสกปรก แล้วน้ำไปล้างทำความสะอาด จนร้องเท้าข้างขวากลับมาสะอาดเอี่ยมอ่องเหมือนอย่างเก่า
รองเท้าข้างขวารู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่งกับสิ่งที่ตัวเองได้กระทำไป จึงเอ่ยขอโทษกับนักเดินทางและรองเท้าข้างซ้าย ที่ทำให้ทั้งสองต้องลำบากตามหาตน แทนที่จะได้เดินทางท่องเที่ยวอย่างสนุกสนานตามที่ได้วางแผนไว้ นักเดินทางจึงถือโอกาสกล่าวบางสิ่งบางอย่างให้รองเท้าทั้งสองข้างฟัง
“เจ้ารองเท้า เจ้าทั้งสองเกิดมาเป็นคู่ เกิดมาเพื่อจะอยู่ด้วยกัน ขาดข้างใดข้างหนึ่งไปอีกข้างก็ไร้ความหมาย ...ออ ไม่สิ เจ้าอาจมีความหมายสำหรับคนพิการ แต่พวกเจ้าก็เห็น เราไม่ใช่คนพิการ เราต้องการเจ้าทั้งสอง มิใช่ข้างใดข้างหนึ่ง เจ้าควรอยู่ร่วมกันด้วยความสามัคคี อดทน และเสียสละ เจ้าข้างขวาเห็นแล้วใช่มั้ย ว่าความหุนหันพลันแล่นของเจ้า ความน้อยใจ และทำอะไรโดยไม่ใช้สติคิดใคร่ครวญให้รอบคอบผลออกมาจะเป็นอย่างไร หากเจ้ารู้จักอดทน และรอคอยแม้เพียงสักนิด เจ้าคงไม่ต้องลำบากอย่างที่เป็น และวันนี้เจ้าคงได้สิ่งที่เจ้าปรารถนาไปแล้วก็ได้”
เจ้ารองเท้าข้างขวานิ่งฟังนักเดินด้วยน้ำตาคลอหน่วย มันตระหนักดีว่าสิ่งที่มันทำไปเลวร้ายเพียงใด หากนักเดินทางกับรองเท้าข้างซ้ายไม่ตามมามันก็คงจะจบชีวิตอยู่ในน้ำคลำเน่าเหม็นนั่นอย่างแน่นอน แต่ในเมื่อนักเดินทางและรองเท้าข้างซ้ายตัดสินใจออกตามหามัน นั่นคือความลำบากยากเข็ญที่มันได้ก่อให้กับเจ้านายและเพื่อนรัก
รองเท้าข้างซ้ายเห็นรองเท้าข้างขวาเศร้าซึมไปมันจึงพยายามกระเถิบเข้ามาใกล้ๆ พร้อมกับกล่าวปลอบใจ
“ไม่เป็นไรหรอกนะรองเท้าข้างขวา เจ้าปลอดภัยก็ดีแล้ว เจ้าลองนิ่งฟังอะไรบางอย่างดูสิ ได้ยินเสียงอะไรมั้ย” รองเท้าทั้งสองนิ่งเงียบครู่หนึ่ง “เสียงคลื่น !” รองเท้าข้างขวากล่าวด้วยความลิงโลด
“ใช่ คลื่น ทะเลอยู่ใกล้ๆ นี่แหละ เอาเป็นว่า เราเที่ยวทะเลกันให้ฉ่ำปอด แล้วค่อยไปปีนเขากัน” นักเดินกล่าวด้วยรอยยิ้มใจดี จบคำพูดของนักเดินทาง รองเท้าทั้งสองก็เฮกันลั่นด้วยความดีใจยิ่ง
ขอขอบคุณข้อมูลดีดีจาก www.winbookclub. com
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต