จังหวะการก้าวเท้าของตัวเราเอง
ผมอยู่คนเดียว ผมชอบอยู่คนเดียว หลายครั้งผมเดินเจอคนรู้จัก ผมเลือกที่จะเดินอ้อมทั้งที่ไปยังจุดหมายเดียวกัน
อาจเป็นเพราะผมมีช่องว่างของโลกส่วนตัวค่อนข้างมาก อีกทั้งผมรู้สึกว่าการอยู่ร่วมกับใครสักคนเราต้องแบกรับในความรู้สึกของผู้อื่น ยกตัวอย่างเช่น เวลาทานข้าว บางครั้งผมอยากนั่งทานนานๆ อยากนั่งอ่านหนังสือไปด้วยทานข้าวไปด้วย และบางครั้งผมมีธุระที่ต้องรีบทำผมก็จะทานข้าวอย่างรวดเร็ว ผมจะเกรงใจว่าเขากินข้าวเสร็จแล้วต้องมานั่งรอเราอ่านหนังสือ หรือการบอกเราไปก่อนนะ ทั้งๆที่ยังทานข้าวเสร็จกันไม่ทุกคน ก็ดูไม่ค่อยเข้าท่าเท่าไหร่ ร้านอาหารที่เลือกทานก็เป็นอีกเรื่องการจะเลือกร้านอาหารสักร้านที่ถูกใจคนหมู่มากไม่ใช่เรื่องง่ายเข้าข่าย มากคนก็มากความ
เวลาเดินดูของ ซื้อของ ผมคิดอยู่เสมอว่าความชอบ รสนิยม ลักษณะนิสัยการซื้อของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางครั้งต้องการเลือกดูเลือกซื้อนาน บางครั้งรู้สึกว่าของบางชนิดส่วนตัวเกินกว่าจะดูกับคนอื่นได้ บางครั้งเดินเหนื่อยอยากนั่งพักหรือแวะเปลี่ยนบรรยากาศที่ไหนสักแห่งนานๆ
ในความเป็นจริงแล้วการอยู่คนเดียวในโลกตลอดเวลาเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ หลายครั้งเราจำเป็นต้องอยู่ร่วมกับคนหมู่มากเพื่อเหตุผลทางสังคม ในขณะที่บางเวลาเราอยากจะอยู่ร่วมกับคนหมู่มาก จะด้วยเหตุผลใดก็แล้วแต่ เมื่อใดที่เราตัดสินใจก้าวเท้าเข้าไป มันคือการที่เราแบกความรับผิดชอบ แบกส่วนร่วม แบกความรู้สึกของคนอื่นเข้ามาอยู่ร่วมกับตัวเรา
แต่หลายครั้งกลับเห็นคนที่ไม่ชอบการอยู่คนเดียวแต่ชอบที่จะใช้นิสัยที่ควรจะใช้เมื่ออยู่คนเดียว และหลายครั้งหลายคนไม่คิดจะหยุดรอหรือเดินให้ช้าลงเพื่อที่จะก้าวไปได้พร้อมกันกับเพื่อนร่วมงาน
คงเป็นเรื่องที่ดีถ้าทุกคนเรียนรู้ เข้าใจและปรับตัวให้เหมาะสมกับสังคมมนุษย์ และคงจะดียิ่งกว่าถ้าเรามีใครสักคนที่สามารถเดินคู่กันไปด้วยจังหวะการก้าวเท้าของตัวเราเอง
ขอขอบคุณข้อมูลดีดีจาก http://surat95.exteen. com
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต